ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

คอมใช้เน็ตไม่ได้ทำอย่างไร? 6 ขั้นตอนตรวจสอบอินเทอร์เน็ตอย่างมืออาชีพ

เมื่อคอมพิวเตอร์ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ อย่าเพิ่งรีสตาร์ทเครื่องแบบสุ่ม ให้ไล่ตรวจตั้งแต่เครื่องอื่นในออฟฟิศ สาย LAN, Wi-Fi, IP Address, DNS ไปจนถึงวันเวลาของเครื่อง เมื่อพนักงานแจ้งว่า “คอมใช้เน็ตไม่ได้” งานของผมคือไล่ตรวจเช็คตามลำดับเพื่อหาว่าปัญหาอยู่ที่ตัวคอมพิวเตอร์ สายเครือข่าย อุปกรณ์กระจายสัญญาณ หรือการตั้งค่าภายในเครื่อง บทความนี้สรุปขั้นตอนที่ใช้ได้จริงสำหรับองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง พร้อมอธิบายข้อความผิดพลาดที่พบบ่อยใน Chrome, Edge และ Firefox เริ่มจากดูว่าเป็นที่เครื่องเดียวหรือทั้งออฟฟิศ สิ่งแรกที่ควรทำคือถามหรือสังเกตว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในบริเวณเดียวกันใช้อินเทอร์เน็ตได้หรือไม่ หากหลายเครื่องมีอาการพร้อมกัน ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่คอมเครื่องนั้น แต่อาจเกิดจาก Hub, Switch, Access Point, Router หรืออินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการ ในกรณีนี้ให้เริ่มจากการ Reboot อุปกรณ์กระจายสัญญาณ เช่น Switch หรือ Router โดยปิดไฟทิ้งประมาณ 30 วินาทีแล้วเปิดใหม่ หากมีเพียงเครื่องเดียวที่ใช้ไม่ได้ ให้โฟกัสไปที่คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นทันที เพราะโอกาสที่ปัญหาอยู่ที่สาย LAN, ก...

คอมพิวเตอร์ทำงานช้าเพราะอะไร? วิธีวิเคราะห์สาเหตุด้วย Task Manager ฉบับช่างคอมพิวเตอร์

เมื่อคอมพิวเตอร์ทำงานช้า อย่าเพิ่งเปลี่ยนเครื่อง ให้เปิด Task Manager ตรวจ CPU, Memory, Disk และ Network เพื่อหาว่าคอขวดอยู่ที่ฮาร์ดแวร์ โปรแกรม หรืออินเทอร์เน็ต เมื่อพนักงานแจ้งว่า “คอมพิวเตอร์ทำงานช้า” สิ่งแรกที่ผมทำในฐานะฝ่ายไอที คือ ไม่รีบสรุปว่าต้องเปลี่ยนเครื่อง แต่จะเริ่มจากการตรวจสอบทีละส่วน ตั้งแต่เปิด File Explorer, Google Chrome และโปรแกรมที่ใช้ทำงานจริง เช่น Microsoft Word พร้อมเปิด Task Manager ค้างไว้ เพื่อดูว่าตัวไหนกินทรัพยากรมากที่สุด เพราะคำว่า “คอมช้า” อาจหมายถึงเปิดโปรแกรมช้า, เว็บโหลดช้า, เมาส์กระตุก, คัดลอกไฟล์ช้า หรือโปรแกรมค้าง ซึ่งแต่ละอาการมีสาเหตุต่างกัน การดูค่าจริงจาก Task Manager จึงช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าการเดา วิธีตรวจสอบคอมพิวเตอร์ทำงานช้าอย่างไรไม่ให้เดา ผมจะกด Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager แล้วไปที่แท็บ Performance ซึ่งแสดงการใช้งาน CPU, Memory, Disk และ Network แบบเรียลไทม์ จากนั้นค่อย ๆ เปิดโปรแกรมทีละตัวเพื่อสังเกตว่าค่าใดพุ่งสูงผิดปกติ เปิด Task Manager ด้วย Ctrl + Shift + Esc แล้วไปที่แท...

6 คำสั่ง Windows Command ที่ช่างคอมพิวเตอร์มักใช้เป็นประจำ

6 คำสั่ง Windows Command ที่ช่างคอมพิวเตอร์ใช้ตรวจสอบและแก้ปัญหาเครื่อง ตั้งแต่ซ่อมไฟล์ระบบ ตรวจดิสก์ วินิจฉัยเครือข่าย ไปจนถึงอัปเดตโปรแกรมทั้งหมดในคราวเดียว คำสั่ง Windows Command เป็นเครื่องมือที่ผู้ดูแลระบบหรือช่างคอมพิวเตอร์มักจะใช้เป็นประจำในการตรวจสอบปัญหาที่เกิดจากการใช้งาน Windows และระบบเครือข่าย โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริมใด ๆ เพียงเปิด Command Prompt แบบ Administrator ก็เริ่มตรวจสอบและแก้ปัญหาได้ทันที แต่ละคำสั่งมีหน้าที่เฉพาะตัว ตั้งแต่ซ่อมไฟล์ระบบ ตรวจดิสก์ วินิจฉัยเครือข่าย ไปจนถึงอัปเดตโปรแกรมในคราวเดียว มาดูกันว่า 6 คำสั่งนี้มีอะไรบ้าง และควรใช้เมื่อไหร่ 1. ตรวจและซ่อมไฟล์ระบบด้วย sfc /scannow เมื่อไหร่ที่เครื่องมีอาการผิดปกติ เช่น โปรแกรมระบบ crash บ่อย , เปิด Settings ไม่ได้, หรือมี error เช่น “Windows Resource Protection found corrupt files” สิ่งแรกที่ควรตรวจคือไฟล์ระบบ Windows ว่าเสียหายหรือขาดหายหรือไม่ โดยเริ่มจากคำสั่ง sfc /scannow วิธีใช้ sfc /scannow เปิด Command Prompt ในฐานะ Administrator จากนั้นคัดลอกคำสั่งด้านล่างนี้ไปวา...

วิธีติดตั้ง Google Drive ด้วย PowerShell บน Windows 10/11

ติดตั้ง Google Drive for desktop ด้วย PowerShell บน Windows 10/11 ได้ในคำสั่งเดียว โดยใช้ Winget ช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งแบบอัตโนมัติ สำหรับผู้ดูแลระบบหรือสายไอทีที่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก การใช้ PowerShell ช่วยให้ติดตั้ง Google Drive for desktop ได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เพราะสั่งดาวน์โหลดและติดตั้งได้จากหน้าจอคำสั่งในบรรทัดเดียว โดยไม่ต้องเปิดเบราว์เซอร์ไปดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งเอง ติดตั้ง Google Drive ด้วย PowerShell ใน Windows 10 และ Windows 11 สามารถใช้คำสั่งผ่าน PowerShell ร่วมกับเครื่องมือจัดการแพ็กเกจ Winget เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง Google Drive for desktop ได้โดยอัตโนมัติ โดย Google Drive มี Package ID อย่างเป็นทางการคือ Google.GoogleDrive ขั้นตอนที่ 1: เปิด PowerShell (Admin) และรันคำสั่ง เปิด PowerShell หรือ Command Prompt ในฐานะ Administrator จากนั้นคัดลอกคำสั่งด้านล่างนี้ไปวาง แล้วกด Enter winget install -e --id Google.GoogleDrive --silent --accept-package-agreements --accept-source-agreements วิธีกรอกคำสั่ง Winget...

วิธีการลบ Key ออกจาก Microsoft Word

วิธีลบ Product Key Microsoft Office 2019 ด้วย PowerShell หาก Microsoft Office 2019 ที่มีคีย์ถูกต้องถูกโคลนผ่าน Image แล้วเปิดใช้งานไม่ได้ วิธีแก้คือการลบรหัสคีย์ (Product Key) เดิมที่ค้างอยู่ในเครื่องออกก่อน แล้วเปิด Microsoft Word เพื่อ Activate ใหม่ หากต้องการใช้ PowerShell ในการลบรหัสคีย์ (Product Key) ของ Office ออกจากเครื่อง สามารถใช้คำสั่งผ่าน WMI / CIM หรือเรียกใช้สคริปต์ ospp.vbs ผ่าน PowerShell ได้เลยครับ ขั้นตอนการลบคีย์ Office ด้วย PowerShell 1. เปิด PowerShell ในฐานะ Administrator กดปุ่ม Windows + X แล้วเลือก Terminal (Admin) หรือ Windows PowerShell (Admin) Verification: หน้าต่าง PowerShell จะขึ้นหัวข้อว่า Administrator: Windows PowerShell 2. ตรวจสอบรหัสคีย์ 5 หลักสุดท้ายที่ค้างอยู่ วางคำสั่งนี้ลงใน PowerShell แล้วกด Enter เพื่อดูรายการคีย์ที่ติดตั้งไว้: Get-CimInstance SoftwareLicensingProduct | Where-Object { $_.Name -like "*Office*" -and $_.PartialProductKey } | Select-Object Name, PartialProductKey Verification: จะปรากฏ...

BIOS คืออะไร ทำไมต้องเข้า BIOS พร้อมวิธีเข้า BIOS แต่ละยี่ห้อ

BIOS คือเฟิร์มแวร์ที่ทำงานเป็นขั้นตอนแรกเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ หน้าที่หลักคือตรวจสอบฮาร์ดแวร์ เตรียมระบบให้พร้อม และส่งต่อการทำงานไปยัง Windows หรือระบบปฏิบัติการอื่น การรู้วิธีเข้า BIOS จึงมีประโยชน์มาก เมื่อต้องแก้ปัญหาเครื่องบูตไม่ได้ ติดตั้ง Windows จาก USB หรือตรวจสอบอุปกรณ์ภายในเครื่อง BIOS คืออะไร BIOS ย่อมาจาก Basic Input/Output System เป็นเฟิร์มแวร์ที่จัดเก็บอยู่ในชิปบนเมนบอร์ด เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง BIOS จะเริ่มทำงานก่อน Windows ทันที งานหลักของ BIOS มีดังนี้ ตรวจสอบฮาร์ดแวร์เบื้องต้น เช่น CPU, RAM, การ์ดจอ และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ทำกระบวนการ POST หรือ Power-On Self-Test เพื่อตรวจว่าอุปกรณ์สำคัญพร้อมใช้งานหรือไม่ ค้นหาอุปกรณ์บูต เช่น SSD, HDD หรือ USB Flash Drive ส่งต่อการทำงานไปยังระบบปฏิบัติการ เช่น Windows, Linux หรือ macOS หาก BIOS พบปัญหาฮาร์ดแวร์ เครื่องอาจส่งเสียงเตือน แสดงข้อความผิดพลาด หรือไม่สามารถเข้า Windows ได้ BIOS กับ UEFI ต่างกันอย่างไร คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ใช้ UEFI แทน BIOS แบบเดิม แต่ผู้ใช้ทั่วไปมักเรีย...

เปลี่ยนชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 11 ทำอย่างไร

วิธีเปลี่ยนชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 11 เพื่อการจดจำและเรียกใช้งานบนเครือข่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เปลี่ยนชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ บน Windows 11 ทำได้โดยเปิด Settings > System > About เลือก Rename this PC > กรอกชื่อใหม่ แล้วรีสตาร์ตเครื่อง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนชื่อเดิมซึ่งจำยาก ให้เป็นชื่อที่บอกได้ว่าเป็นเครื่องของใครหรือใช้ทำงานอะไร ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ ชื่อที่ Windows ตั้งมาให้ เช่น DESKTOP-JBRUPGK อาจจำยากกว่าหมายเลข IP Address สำหรับบางคน แต่ IP Address มีระยะเวลาใช้งาน หรือ Lease Time หากหมดอายุโดยไม่ได้ต่ออายุสำเร็จ เครื่องจะต้องขอรับ IP Address อีกครั้ง ซึ่งอาจได้หมายเลขต่างจากเดิม ทำให้ที่อยู่เดิมที่บันทึกไว้ใช้งานไม่ได้ การตั้งชื่อเครื่องให้จำง่าย เช่น OFFICE-01 จึงช่วยให้เรียกใช้งานบนเครือข่ายสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเวลาต้องเข้าถึงโฟลเดอร์ที่แชร์ไว้ หมายเหตุ ชื่อเครื่องกับ IP Address ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ชื่อช่วยให้คนจดจำง่าย ส่วน IP Address เป็นที่อยู่สำหรับติดต่อบนเครือข่าย การเรียกผ่านชื่อจะใช้งานได้เมื่อร...

ไฟ Internet Router True Online สีแดง แก้ไขอย่างไร

เมื่ออินเทอร์เน็ตบ้านใช้งานไม่ได้ หลายคนมักเดินไปดู Router แล้วพบว่า ไฟ Internet Router True Online สีแดง หรือไฟ LOS กระพริบขึ้นมา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าเราเตอร์ไม่สามารถรับสัญญาณไฟเบอร์ออปติกจาก True ได้ บทความนี้จะอธิบายความหมายของไฟสถานะแต่ละดวงบน Router True Online พร้อมสาเหตุและวิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อเจอ ไฟ Internet สีแดง เพื่อให้คุณแยกแยะได้ว่าควรแก้เองที่บ้าน หรือควรโทรแจ้งช่างทันทีครับ ความหมายของไฟสถานะ Router True Online Router Fiber ของ True Online เช่น Huawei, ZTE, Humax และ T6220 มีไฟแสดงสถานะหลักที่คล้ายกัน โดยสามารถดูความหมายได้จากตารางนี้ ไฟสถานะ สถานะปกติ ความหมาย POWER ไฟเขียวค้าง เราเตอร์ได้รับไฟเลี้ยงและทำงานปกติ หากไฟดับให้ตรวจปลั๊กไฟและปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง PON ไฟเขียวค้าง เชื่อมต่อสัญญาณไฟเบอร์ออปติกกับชุมสายหลักได้สำเร็จ หากกระพริบหรือดับ แปลว่ายังค้นหาสัญญาณไม่สำเร็จ LOS ไฟดับ สายไฟเบอร์ปกติ ไม่มีปัญหา Signal Loss หากขึ้...

วิธี Map Network Drive ด้วย PowerShell บน Windows 11 พร้อมตั้งค่า Credential ใช้งานได้ทันที

การ Map Network Drive ช่วยให้เปิดโฟลเดอร์แชร์จากเซิร์ฟเวอร์, NAS หรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่ายเดียวกันได้เหมือนไดรฟ์ในเครื่อง บน Windows 11 สามารถทำได้ง่ายด้วย PowerShell โดยใช้คำสั่ง New-PSDrive เพียงคำสั่งเดียว และกำหนด Credential สำหรับเข้าใช้งานได้ทันที สิ่งที่ต้องเตรียม สิ่งที่ต้องเตรียม Drive Letter ที่ยังว่าง เช่น M: หรือ Z: ที่อยู่ Network Path เช่น \\fileserver\DataShare หรือ \\192.168.1.100\DataShare Username และ Password ที่มีสิทธิ์เข้าถึงโฟลเดอร์แชร์ หมายเหตุเกี่ยวกับ Drive Letter: คือตัวอักษรประจำไดรฟ์ในเครื่องที่เราคุ้นเคย เช่น C: หรือ D: ซึ่งเป็นไดรฟ์ที่มีการใช้งานอยู่แล้ว ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษอื่นๆ ที่ยังว่างอยู่ สามารถเลือกนำมาใช้เป็น Network Drive ได้ทั้งหมดจนถึง Z: (ยกเว้น A: และ B: ที่ระบบสงวนไว้สำหรับ Floppy Disk เดิม) ขั้นตอน Map Network Drive กด Windows + X แล้วเลือก Terminal หรือค้นหา PowerShell จากเมนู Start จากนั้นรันคำสั่งนี้ New-PSDrive -Name "M" -PSProvider FileSystem -Root "\\fileserver\...