ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ lan

ตัวอย่างหลักเกณฑ์การออกแบบ VLAN

ตัวอย่างหลักเกณฑ์การออกแบบ VLAN       หลักการสำคัญในการแบ่ง VLAN นั้นไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวใดๆ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ออกแบบและความเหมาะสมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี อย่าได้มองข้ามหลักพื้นฐานว่าระบบเน็ตเวิร์กนั้นมีขึ้นมาเพื่อรองรับแอฟพลิเคชันต่างๆในองค์กร ฉะนั้น หลักในการแบ่ง VLAN ที่ดีขอให้มองจากมุมมองของแอปพลิเคชันที่ทำงานอบู่บนสวิตซ์เน็ตเวิร์กประกอบด้วย เพราะถึงแม้บรอดคาสต์ทราฟฟิกโดยทั่วไปจะมีผลการทำงานโดยรวมของระบบเน็ตเวิร์ก แต่บางครั้งบางโอกาส องค์กรณ์นั้นอาจจำเป็นต้องใช้งานแอปพลิเคชันรุ่นเก่าๆ สำหรับธุรกิจซึ่งแอปพลิชันดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการส่งผ่านข้อมูลแบบบรอดคาสต์ทราฟฟิกตลอดเวลา ลักษณะนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวก็สมควรได้รับการเซตให้อยู่ใน VLAN เดียวกันทั้งหมดไม่ควรแบ่งแยกเป็น VLAN ย่อยๆ ทั้งนี้เพื่อให้เครื่องทั้งหมดมีโอกาสได้รับข้อมูลชองแอปเคชันที่ส่งมาแบบบรอดคาสต์ และขจัดปัญหาต่างๆ ในการสื่อสารที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ # โดยดีฟอลต์ สวิตซ์ที่ไม่มีการแบ่ง VLAN ทุกพอร์ตของมันจะถือว่าอยู่ใน VLAN ดีฟอลต์เดียวกัน นั่นคือ VLAN หม...

ประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างและแบ่ง VLAN

ประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างและแบ่ง VLAN         -  จำกัดขอบเขตการแพร่กระจายของบรอดคาสต์ทราฟฟิกไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของเน็ตเวิร์ก โดยปกติ หลายๆแอปพลิเคชันบนเน็ตเวิร์ก รวมทั้งไดรเวอร์ของโปรโตคอลต่างๆ เช่น ไดรเวอร์ของ TCP/IP ,IPX/SPX มักจะมีการส่งบรอดคาสต์เฟรมออกมาเป็นระยะๆ เพื่อประโยชน์ต่างๆอันเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานของมัน ถึงแม้บรอดคาสต์ทราฟฟิกจะมีประโยชน์ แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมได้ หากไม่มีการจำกัดขอบเขตของบรอดคาสต์ทราฟฟิก ทำไมบรอดคาสต์ทราฟฟิกจึงมีผลต่อประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์ก ?        1. เพราะบรอดคาสต์เฟรมเป็นเฟรมพิเศษที่ “บังคับ” ให้ทุกๆ เครื่องในบรอดคาสต์โดเมนนั้นๆ ต้องรับเอาบรอดคาสต์เฟรมไปใส่ไว้ในบัฟเฟอร์ของเน็ตเวิร์กการ์ดของตน และทำการประมวลผลบรอดคาสต์เฟรมด้วยการส่งสัญญาณไปอินเตอร์รัพป์ซีพียูของเครื่องเละให้ไดรเวอร์ของโปรโตคอลในเลเยอร์ 3 เป็นผู้ประมวลผลต่อไม่ว่าตนเองจะมีหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อหาภายในเฟรมนั้นๆ ก็ตาม ภายหลังหากพบว่าตนเองจำเป็นต้องมีส่วนร่วมก...

ความสัมพันธ์ระหว่าง VLAN กับมุมมองของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่

ความสัมพันธ์ระหว่าง VLAN กับมุมมองของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่       ท่านผู้อ่านจะได้เห็นในอนาคตว่า ขั้นตอนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการอิมพลีเมนต์ VLAN ก็คือ การแมปพอร์ตบนสวิตซ์เข้ากับหมายเลข VLAN ลักษณะนี้เรียกว่า การกำหนดว่าพอร์ตไหนเป็นสมาชิกของ VLAN ใด การกระทำดังจะส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมอยู่กับพอร์ตนั้นเป็นสมาชิกของ VLAN นั้นๆไปด้วยโดยปริยาย โดยที่จะไม่มีการเซตคอนฟิกูเรชั่นใดๆเลยเกี่ยวกับหมายเลข VLAN เกิดขึ้นบนคอมพิวเตอร์ปลายทางของผู้ใช้ สิ่งที่ต้องถูกเซตลงไปให้เหมาะสมบนเครื่องของผู้ใช้ก็แค่เพียง พารามิเตอร์ของ TCP/IP อย่างเช่น หมายเลข IP Address ที่คำนวณมาจากซับเน็ตแอดเดรสที่ได้รับการจัดสรรให้เป็นซับเน็ตแอดเดรสประจำ VLAN  นั้นๆเท่านั้น (รวมทั้ง Subnet Mask และ Default Gateway ที่เหมาะสม) อ่านต่อ :  ประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างและแบ่ง VLAN

ระบบเครือข่ายแบบ LAN ตอนที่ 2 Switching

Switching คุณลักษณะการทำงานของ Switching Hub       Switching Hub ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน มีทั้งแบบ Layer 2 และ Layer 3 ขณะที่ยังมีผู้ผลิตบางรายที่ประกาศว่า Switching Hub ของตนสามารถทำงานตั้งแต่ Layer 2 ไปจนถึง Layer 7 ทีเดียว คำถามมีอยู่ว่า Layer 2 และ Layer 3 Switching คืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? คำตอบคือ Layer 2 Switching ทำงานบนมาตรฐาน ในระดับ Layer 2 ของ OSI Model ซึ่งในระดับชั้นหรือ Layer ที่ 2 นี้ มาตรฐาน OSI ได้กำหนดให้ Station ที่ทำงานบนเครือข่าย เมื่อต้องการติดต่อกัน จะต้องอ้างที่อยู่ (Address) ของกันและกัน Address นี้เรียกว่า MAC (Media Access Control) Address ซึ่ง MAC Address นี้ บางครั้งจะเรียกว่า Physical Address หรือ Ethernet Address เป็น Address ที่มากับอุปกรณ์ ที่ใช้ อินเตอร์เฟสกับเครือข่าย เช่น LAN Card เป็นต้น         การทำงานของ Layer 2 Switching Hub จะเหมือนกับการทำงานของอุปกรณ์ Bridge แทบทุกประการ ซึ่งบางครั้งจะเรียก Layer 2 Switching ว่า Multi-Port Bridge ขณะที่ Layer 3 Switching H...

ระบบเครือข่ายแบบ LAN ตอนที่ 1 การเชื่อมต่อของเครือข่าย LAN

ชนิดการเชื่อมต่อของเครือข่าย LAN      การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเฉพาะบริเวณแลนนั้น จุดประสงค์หลักอย่างหนึ่งก็คือการแบ่งกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยทรัพยากรเหล่านั้นอาจเป็นหน่วยประมวลผลกลาง CPU ความเร็วสูง ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ หรือแม้แต่อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะเชื่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง วิธีการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดสรรการใช้งานทรัพยากรในระบบเครือข่ายสามารถจำแนกได้เป็น 2 รูปแบบคือ เครือข่ายแบบพึ่งเครื่องบริการ (Server - based networking)       เป็นการเชื่อมต่อโดยมีเครื่องบริการอยู่ศูนย์กลาง ทำหน้าที่ในการให้บริการต่าง ๆ ที่เครื่องผู้ใช้หรือสถานีงาน (Workstation) ร้องขอ รวมทั้งเป็นผู้จัดการดูแลการจราจรในระบบเครือข่ายทั้งหมด นั่นคือการติดต่อกันระหว่างเครื่องต่าง ๆ จะต้องผ่านเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เครื่องผู้ใช้จะทำการประมวลผลในงานของตนเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ในการให้บริการกับเครื่องอื่น ๆ ในระบบ เครื่องผู้บริการในระบบเครือข่ายชนิดนี้อาจมีได้ 2 รูปแบบคือ    ...