ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ windows

คอมพิวเตอร์ทำงานช้าเพราะอะไร? วิธีวิเคราะห์สาเหตุด้วย Task Manager ฉบับช่างคอมพิวเตอร์

เมื่อคอมพิวเตอร์ทำงานช้า อย่าเพิ่งเปลี่ยนเครื่อง ให้เปิด Task Manager ตรวจ CPU, Memory, Disk และ Network เพื่อหาว่าคอขวดอยู่ที่ฮาร์ดแวร์ โปรแกรม หรืออินเทอร์เน็ต เมื่อพนักงานแจ้งว่า “คอมพิวเตอร์ทำงานช้า” สิ่งแรกที่ผมทำในฐานะฝ่ายไอที คือ ไม่รีบสรุปว่าต้องเปลี่ยนเครื่อง แต่จะเริ่มจากการตรวจสอบทีละส่วน ตั้งแต่เปิด File Explorer, Google Chrome และโปรแกรมที่ใช้ทำงานจริง เช่น Microsoft Word พร้อมเปิด Task Manager ค้างไว้ เพื่อดูว่าตัวไหนกินทรัพยากรมากที่สุด เพราะคำว่า “คอมช้า” อาจหมายถึงเปิดโปรแกรมช้า, เว็บโหลดช้า, เมาส์กระตุก, คัดลอกไฟล์ช้า หรือโปรแกรมค้าง ซึ่งแต่ละอาการมีสาเหตุต่างกัน การดูค่าจริงจาก Task Manager จึงช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าการเดา วิธีตรวจสอบคอมพิวเตอร์ทำงานช้าอย่างไรไม่ให้เดา ผมจะกด Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager แล้วไปที่แท็บ Performance ซึ่งแสดงการใช้งาน CPU, Memory, Disk และ Network แบบเรียลไทม์ จากนั้นค่อย ๆ เปิดโปรแกรมทีละตัวเพื่อสังเกตว่าค่าใดพุ่งสูงผิดปกติ เปิด Task Manager ด้วย Ctrl + Shift + Esc แล้วไปที่แท...

6 คำสั่ง Windows Command ที่ช่างคอมพิวเตอร์มักใช้เป็นประจำ

6 คำสั่ง Windows Command ที่ช่างคอมพิวเตอร์ใช้ตรวจสอบและแก้ปัญหาเครื่อง ตั้งแต่ซ่อมไฟล์ระบบ ตรวจดิสก์ วินิจฉัยเครือข่าย ไปจนถึงอัปเดตโปรแกรมทั้งหมดในคราวเดียว คำสั่ง Windows Command เป็นเครื่องมือที่ผู้ดูแลระบบหรือช่างคอมพิวเตอร์มักจะใช้เป็นประจำในการตรวจสอบปัญหาที่เกิดจากการใช้งาน Windows และระบบเครือข่าย โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริมใด ๆ เพียงเปิด Command Prompt แบบ Administrator ก็เริ่มตรวจสอบและแก้ปัญหาได้ทันที แต่ละคำสั่งมีหน้าที่เฉพาะตัว ตั้งแต่ซ่อมไฟล์ระบบ ตรวจดิสก์ วินิจฉัยเครือข่าย ไปจนถึงอัปเดตโปรแกรมในคราวเดียว มาดูกันว่า 6 คำสั่งนี้มีอะไรบ้าง และควรใช้เมื่อไหร่ 1. ตรวจและซ่อมไฟล์ระบบด้วย sfc /scannow เมื่อไหร่ที่เครื่องมีอาการผิดปกติ เช่น โปรแกรมระบบ crash บ่อย , เปิด Settings ไม่ได้, หรือมี error เช่น “Windows Resource Protection found corrupt files” สิ่งแรกที่ควรตรวจคือไฟล์ระบบ Windows ว่าเสียหายหรือขาดหายหรือไม่ โดยเริ่มจากคำสั่ง sfc /scannow วิธีใช้ sfc /scannow เปิด Command Prompt ในฐานะ Administrator จากนั้นคัดลอกคำสั่งด้านล่างนี้ไปวา...

วิธีติดตั้ง Google Drive ด้วย PowerShell บน Windows 10/11

ติดตั้ง Google Drive for desktop ด้วย PowerShell บน Windows 10/11 ได้ในคำสั่งเดียว โดยใช้ Winget ช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งแบบอัตโนมัติ สำหรับผู้ดูแลระบบหรือสายไอทีที่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก การใช้ PowerShell ช่วยให้ติดตั้ง Google Drive for desktop ได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เพราะสั่งดาวน์โหลดและติดตั้งได้จากหน้าจอคำสั่งในบรรทัดเดียว โดยไม่ต้องเปิดเบราว์เซอร์ไปดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งเอง ติดตั้ง Google Drive ด้วย PowerShell ใน Windows 10 และ Windows 11 สามารถใช้คำสั่งผ่าน PowerShell ร่วมกับเครื่องมือจัดการแพ็กเกจ Winget เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง Google Drive for desktop ได้โดยอัตโนมัติ โดย Google Drive มี Package ID อย่างเป็นทางการคือ Google.GoogleDrive ขั้นตอนที่ 1: เปิด PowerShell (Admin) และรันคำสั่ง เปิด PowerShell หรือ Command Prompt ในฐานะ Administrator จากนั้นคัดลอกคำสั่งด้านล่างนี้ไปวาง แล้วกด Enter winget install -e --id Google.GoogleDrive --silent --accept-package-agreements --accept-source-agreements วิธีกรอกคำสั่ง Winget...

วิธีการลบ Key ออกจาก Microsoft Word

วิธีลบ Product Key Microsoft Office 2019 ด้วย PowerShell หาก Microsoft Office 2019 ที่มีคีย์ถูกต้องถูกโคลนผ่าน Image แล้วเปิดใช้งานไม่ได้ วิธีแก้คือการลบรหัสคีย์ (Product Key) เดิมที่ค้างอยู่ในเครื่องออกก่อน แล้วเปิด Microsoft Word เพื่อ Activate ใหม่ หากต้องการใช้ PowerShell ในการลบรหัสคีย์ (Product Key) ของ Office ออกจากเครื่อง สามารถใช้คำสั่งผ่าน WMI / CIM หรือเรียกใช้สคริปต์ ospp.vbs ผ่าน PowerShell ได้เลยครับ ขั้นตอนการลบคีย์ Office ด้วย PowerShell 1. เปิด PowerShell ในฐานะ Administrator กดปุ่ม Windows + X แล้วเลือก Terminal (Admin) หรือ Windows PowerShell (Admin) Verification: หน้าต่าง PowerShell จะขึ้นหัวข้อว่า Administrator: Windows PowerShell 2. ตรวจสอบรหัสคีย์ 5 หลักสุดท้ายที่ค้างอยู่ วางคำสั่งนี้ลงใน PowerShell แล้วกด Enter เพื่อดูรายการคีย์ที่ติดตั้งไว้: Get-CimInstance SoftwareLicensingProduct | Where-Object { $_.Name -like "*Office*" -and $_.PartialProductKey } | Select-Object Name, PartialProductKey Verification: จะปรากฏ...

BIOS คืออะไร ทำไมต้องเข้า BIOS พร้อมวิธีเข้า BIOS แต่ละยี่ห้อ

BIOS คือเฟิร์มแวร์ที่ทำงานเป็นขั้นตอนแรกเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ หน้าที่หลักคือตรวจสอบฮาร์ดแวร์ เตรียมระบบให้พร้อม และส่งต่อการทำงานไปยัง Windows หรือระบบปฏิบัติการอื่น การรู้วิธีเข้า BIOS จึงมีประโยชน์มาก เมื่อต้องแก้ปัญหาเครื่องบูตไม่ได้ ติดตั้ง Windows จาก USB หรือตรวจสอบอุปกรณ์ภายในเครื่อง BIOS คืออะไร BIOS ย่อมาจาก Basic Input/Output System เป็นเฟิร์มแวร์ที่จัดเก็บอยู่ในชิปบนเมนบอร์ด เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง BIOS จะเริ่มทำงานก่อน Windows ทันที งานหลักของ BIOS มีดังนี้ ตรวจสอบฮาร์ดแวร์เบื้องต้น เช่น CPU, RAM, การ์ดจอ และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ทำกระบวนการ POST หรือ Power-On Self-Test เพื่อตรวจว่าอุปกรณ์สำคัญพร้อมใช้งานหรือไม่ ค้นหาอุปกรณ์บูต เช่น SSD, HDD หรือ USB Flash Drive ส่งต่อการทำงานไปยังระบบปฏิบัติการ เช่น Windows, Linux หรือ macOS หาก BIOS พบปัญหาฮาร์ดแวร์ เครื่องอาจส่งเสียงเตือน แสดงข้อความผิดพลาด หรือไม่สามารถเข้า Windows ได้ BIOS กับ UEFI ต่างกันอย่างไร คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ใช้ UEFI แทน BIOS แบบเดิม แต่ผู้ใช้ทั่วไปมักเรีย...

UEFI คืออะไร ในทางคอมพิวเตอร์ใช้ทำอะไร

 UEFI (Unified Extensible Firmware Interface) UEFI เป็นระบบ BIOS คอมพิวเตอร์ที่พัฒนามาจากระบบดั้งเดิมที่ใช้คีย์บอร์ด ในการปรับตั้งค่า เพียงอย่างเดียว แต่ระบบ UEFI ได้พัฒนาให้รองรับการใช้เมาส์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานที่มากขึ้น ความสามารถของ UEFI UEFI เป็นระบบที่ใช้ Graphic User Interface (GUI) ซึ่งเป็นกราฟฟิกสามารถใช้เมาส์ในการปรับแต่งค่าได้แทนที่ระบบเดิมที่ใช้แต่คีย์บอร์ดในการปรับตั้งค่า เพิ่มระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น เช่น การรับรองความถูกต้องด้วยรหัสผ่านและการเข้ารหัสดิสก์ที่ทำงานร่วมกับ Windows อย่างเช่น BitLocker รองรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ 64 บิท Guid Partition Table (GPT) ช่วยให้มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ Boot ได้อย่างรวดเร็ว การทำงานของ UEFI UEFI จะทำงานหลังจากเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะเริ่มต้นทำงานของซีพียู หน่วยความจำ และชิปเซ็ต จากนั้นจะโหลดไฟล์ EFI (Extensible Firmware Interface) ซึ่งเป็นไฟล์เก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการบูตระบบ ไฟล์ EFI นี้อาจเป็นไฟล์เดี่ยวหรือไฟล์หลายไฟล์ก็ได้  หลังจากโหลดไฟล์ EFI แล้ว UEFI จะเรียกใช้บูตโหลดเดอร์ (boot load...

สร้าง Boot UEFI เพื่อติดตั้ง Windows 10 หรือ Windows 11

หากต้องการติดตั้ง Windows 10 หรือ Windows 11 ใหม่สามารถทำเองได้ หากมีไฟล์ติดตั้งสำหรับ Windows ที่เป็น .iso บทความนี้จะพามาสร้างตัวบูต UEFI เพื่อติดตั้ง Windows ในเมนบอร์ดที่รองรับแรม DDR3 เป็นต้นมา เพราะระบบ UEFI จะไม่มีในเมนบอร์ดรุ่นที่รองรับ DDR2 (จะมีก็เล็กน้อย) ที่ใช้ได้เฉพาะระบบบูตแบบ MBR เท่านั้น แต่เมนบอร์ดที่รองรับ DDR3 ส่วนใหญ่รองรับระบบบูต UEFI กันหมดแล้ว การสร้าง Boot UEFI เพื่อติดตั้ง Windows  10 หรือ Windows 11 ทำได้ดังนี้ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ USB แฟลซไดร์ฟว่าง ที่สามารถลบข้อมูลได้ ขนาด 16 GB ขึ้นไป (หากมีแค่ 8 GB ก็ใช้ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดไฟล์ Windows ในแต่ละรุ่น) โปรแกรม Rufus สามารถดาวน์โหลดได้ที่ Rufus - Create bootable โดยเลือกโหลดในเวอร์ชันที่เป็น exe ซึ่งจะมีทั้งแบบติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์และแบบไม่ต้องติดตั้งในเครื่อง ( Portable ) ที่เป็นแบบเปิดขึ้นมาแล้วใช้งานได้เลย ถ้าหาก Rufus ที่ต้องใช้งานบนเครื่องที่ใช้ ARM ก็ต้องโหลดในเวอร์ชัน ARM (ส่วนใหญ่เครื่อง PC หรือ Notebook ในปัจจุบันไม่ค่อยมี CPU ARM ที่รัน Windows สักเท่าไหร่ มีก็เพียงแต่แท็ปเลต หรือ Microsoft...

Windows 10 ประกาศยุติการสนับสนุนการอัปเดตแล้ว

 Microsoft ได้ประกาศสิ้นสุดการสนับสนุนสำหรับรุ่น Windows 10  Microsoft ได้ประกาศสิ้นสุดการสนับสนุนสำหรับรุ่น Windows 10 ในวันที่ 10 ตุลาคม 2563 เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows 10 ควรทำการอัปเกรดไปเป็น Windows 11 (หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณรองรับการอัปเกรด) สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถอัปเกรดไปเป็น Windows 11 ได้ ระบบปฏิบัติการนี้ยังรองรับการทำงานไปได้อีก 3 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2568 โดยที่ระบบ Windows 10 จะไม่ได้รับการอัปเดตใหม่ๆในด้านความปลอดภัยและความทันสมัย เวอร์ชัน เปิดตัว Windows 10 เวอร์ชันแรกคือ 1507 เปิดตัวเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 และเวอร์ชันสุดท้ายคือเวอร์ชัน 22H2  ระยะเวลาของ Windows 10 เป็นเวลาประมาณ 8 ปี (ถึงปี 2566) โดยประมาณ และรองรับไปถึงปี 2568 รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 10 ปี   ประวัติของการอัปเดต Windows 10 เวอร์ชัน วันที่เริ่มต้น วันที่สิ้นสุด version 22H2 18 ตุลาคม 2565 14 ตุลาคม 2568 version 21H2 16 พฤศจิกายน 2564 13 มิถุนายน 2566 version 21H1 18 พฤษภาคม 2564...

icons บน desktop มีขนาดใหญ่

เคยไหมครับ เมื่อคุณใช้งาน Windows 7  แล้วรูปสึกว่า icon บนหน้าจอ Destopของคุณมีขนาดใหญ่ เวลาที่ใช้งานแล้วรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ทำให้รู้สึกว่า Desktop ของเรามี icons ขนาดใหญ่ ทำการปรับค่าความละเอียด Resolution ให้ละเอียดที่สุดเท่าไหร่เจ้า icons หน้า desktop ของเราก็ไม่เล็กลง ก็ยังมีขนาดที่ใหญ่เช่นเคย วันนี้ผมมีวิธีทำให้เจ้า icons หน้า desktop ของเราเล็กลงได้เพียงไม่กี่คลิ๊ก มาลองปรับ icons บนหน้า desktop ให้เล็กลงดังนี้ ให้เราคลิ๊กขวาที่หน้าจอ desktop (พื้นที่ว่างๆบน desktop นะครับ ไม่ใช่ไปคลิ๊กบน icons ) แล้วเราเลือกเมนู View จะมีเมนูย่อยให้เลือกคือ Large icons เป็น icons ขนาดใหญ่ Medium icons เป็น icons ขนาดกลาง Small icons เป็น icons ขนาดเล็ก เราสามารถเลือกเพื่อที่จะเปลี่ยนขนาด icons บนหน้าจอ desktop ของเราได้แล้วครับ  

สร้างไฟล์สำหรับ Map drive บน File share

File server หรือ File share คุณอาจจะเป็นผู้ดูแลระบบหรือ mantanance ผู้ซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับองค์กร และบางองค์กรอาจจะมีการทำ File server (File share) เพื่อไว้ใช้งานไฟล์ร่วมกัน โดยที่ไม่ต้องโยนไฟล์ให้กันผ่านแฟลซไดร์ว เพียงแค่ใช้งาน File share ก็ส่งข้อมูลหาเพื่อนในบริษัทได้เลย และการใช้งาน File server หรือ File share โดยใช้คำสั่งนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยากสำหรับผุ้ใช้งานที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการตั้งค่าต่างๆใน Windows จึงต้องพึ่งพาผู้ดูแลระบบหรือ mantanance หรือผู้ซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์เพื่อทำการ Map drive (การเพิ่มไดร์วในเครื่องตนเองจากระบบเครือข่าย) บน Windows เพื่อทำการใช้งาน ​ File server หรือ File share ร่วมกันได้ และบางทีแต่ละหน่วยงานอยู่ไกล หรือมีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับพนักงานมากจนเกินกว่าที่จะเดินไป map drive บน windows เพื่อทำการใช้งาน ​ File server หรือ File share ทีละเครื่องได้ ดูแล้วอาจจะเหนื่อย ดังนั้น จึงต้องมีการสร้างเครื่องมือเพื่อทำการใช้งาน ​File server หรือ File share ขึ้นมาสักนิด ด้วยการเขียนคำสั่งเพียงบรรทัดเดียว แล้วฝากไฟล์ขึ้นอินเตอร์เน็ต จากนั้นให้ ...

วิธีการแก้ Hidden Folder ด้วยคำสั่ง DOS

วิธีการแก้ Hidden Folder ด้วยคำสั่ง DOS มีดังนี้ 1. คลิก start --> run 2. พิมพ์คำสั่ง cmd แล้วกด enter หรือคลิก OK 3. พิมพ์ f: (เมื่อ Flash Drive เป็นไดร์ f:) 4. พิมพ์ คำสั่ง attrib -s -h -r /S /D (สั่งยกเลิกการซ่อน Folder ทั้งหมด) หรือ พิมพ์ attrib -s -h -r /S /D ตามด้วยชื่อ Folder ที่ต้องการยกเลิกการซ่อน (กรณีสั่งยกเลิกทีละ Folder)