ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไขปริศนา IP 169.254.x.x: ทำไมคอมพิวเตอร์ถึงรับ IP ไม่ได้ และวิธีแก้ฉบับช่างคอมกากๆ

ภาพปกบทความไอที แสดงหน้าจอคอมพิวเตอร์เปิด Command Prompt หมายเลข IP Address 169.254.x.x วางคู่กับโทรศัพท์ VOIP พร้อมข้อความหัวข้อ ไขปริศนา IP 169.254.x.x ทำไมคอมพิวเตอร์ถึงรับ IP ไม่ได้


เคยเจอปัญหาใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ดีๆ แล้วจู่ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์หรือ Wi-Fi ก็เข้าใช้งานไม่ได้ พร้อมขึ้นหน้าต่างข้อผิดพลาดทางเครือข่ายหรือไม่? สำหรับช่างคอมพิวเตอร์มืออาชีพ การวิเคราะห์เบื้องต้นเพื่อหาสาเหตุอย่างรวดเร็วเริ่มได้ง่ายๆ จากการตรวจเช็คระบบภายในครับ

วิธีแก้เน็ตเข้าไม่ได้ เบื้องต้นด้วยการตรวจสอบ IP Address และ Reboot อุปกรณ์

หน้าจอข้อผิดพลาด DNS_PROBE_FINISHED_NO_INTERNET บน Google Chrome เมื่อคอมพิวเตอร์เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้


เทคนิคสำคัญในการวิเคราะห์ปัญหาเมื่อ คอมพิวเตอร์เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ คือ การเช็ค IP Address หากพบว่าเครื่องได้รับหมายเลขชุด 169.254.x.x นั่นแปลว่า คอมพิวเตอร์ไม่ได้รับ IP Address (DHCP Failure) จากอุปกรณ์เครือข่าย

หน้าต่าง Network Connection Details บน Windows แสดงหมายเลข Autoconfiguration IPv4 Address เป็นชุด 169.254.158.115 เนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่ได้รับ IP Address จาก DHCP


ขั้นตอนการตรวจเช็คและการแก้ไขตามจุดเชื่อมต่อ

  • ตรวจสอบเส้นทางสายแลน: สังเกตว่าสายแลนต่อออกมาจากอุปกรณ์ใด เช่น โทรศัพท์ VOIP, HUB หรือ Switch
  • ทำการ Reboot อุปกรณ์ทีละจุด: หากสายแลนต่อมาจาก VOIP ให้ทำการ Reboot VOIP หรือหากมาจาก HUB ให้ Reboot HUB
  • เช็ค IP Address ซ้ำทุกครั้ง: หลังจากรีบูตอุปกรณ์แต่ละตัว ให้ตรวจสอบ IP Address ของคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

💡 วิเคราะห์เคสตัวอย่าง: คอมพิวเตอร์ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ทั้งที่สายแลนต่อมาจากโทรศัพท์ VOIP และตัวเครื่อง VOIP ยังใช้งานได้ปกติ สันนิษฐานว่า VOIP อาจชำรุดหรือไม่ยอมแจก DHCP ต่อมายังคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อทำการ Reboot VOIP เพียงครั้งเดียว เครื่องคอมพิวเตอร์ก็กลับมารับ IP และใช้งานได้ตามปกติทันที

สรุป

หากพบปัญหาอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้และได้ IP 169.254.x.x อย่าเพิ่งตกใจครับ ให้เริ่มไล่ ตรวจสอบ IP Address 169.254.x.x พร้อม Reboot อุปกรณ์เชื่อมต่อทีละจุด จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วแน่นอนครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC เมนบอร์ดเป็นแผงวงจรหลักที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ ดังนั้น จึงควรรู้จักตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างบนเมนบอร์ดเสียก่อน จึงจะสามารถประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อุปกรณ์หลักที่สำคัญก็มีช็อกเกตสำหรับติดตั้งซีพียู, ช็อกเกตแรม และซิปเซตที่ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมด หัวต่อและสล็อตสำหรับติดตั้งอุปกรณ์และการ์ดต่างๆ รวมไปถึงหัวต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่ต่อออกทางด้านหลังเครื่อง อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเมนบอร์ดได้แก่  1. ช็อกเกตซีพียู (CPU Socket) ช็อกเกตซีพียู เป็นตำแหน่งติดตั้งซีพียู โดยรูปแบบของช็อกเกตจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของซีพียู การซื้อเมนบอร์ดจะต้องตรวจสอบว่าต้องการใช้กับซีพียูยี่ห้อใดและรุ่นไหน หากซื้อซีพียูที่มีช็อกเกตไม่ตรงกับเมนบอร์ดจะไม่สามารถใช้งานได้ ปัจจุบันจะมีช็อกเกตที่ใช้งานบนเมนบอร์ดคือ Intel LGA 775,  Intel LGA 1150, Intel LGA 1151, Intel LGA1155 และ Intel LGA 2066 ใช้สำหรับซีพียู Intel ทั้งหมด แต่ต้องดูด้วยว่า ซีพียู อินเทลใดใช้ช็อกเกตเท่าไหร่ ส่วน AMD AM4, AMD sTRX4 และ AMD TR4 จะใช้สำหรับ CPU AMD เท่านั้นซึ่งก็เหมือนกับ...

รวม Code Debug Card Mainboard

รวม Code Debug Card Mainboard สำหรับช่างซ่อมคอมมือใหม่ที่มีเครื่องมือ Debug Card เป็นตัวช่วยแล้ว บางครั้งอาจจะไม่รู้ว่าค่า Error Code นั้นคืออะไร ผมได้สืบหาข้อมูลและเขียนเพื่อเตือนความจำของตนเองไว้ เพราะไม่ค่อยได้ใช้ตัว Debug Card นี้เช่นกัน นานๆครั้งมาใช้นั้น ค่อนข้างที่จะค้นหาข้อมูลอย่างลำบากเช่นกัน ผมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาจากเว็บที่หาข้อมูลได้ ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลด้วยครับ CODE : ความหมาย 00 : ไม่มีสัญญาณให้เช็ค CPU หรือลองหา CPU ตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ 01 : CPU TEST รอบที่ 1 02 : CPU TEST รอบที่ 2 04 : TEST Memory รีเฟรช ของอุปกรณ์ ต่าง ๆ  05 : Key board controller อาจมีปัญหา 07 : BIOS battery อาจจะหมด 0B : TEST cmos checksum 0D : เช็ค VGA CARD Interface C0 : ทดสอบหน่วยความจำและ slot(ลองฉีด สเปรย์สารพัดพิษดูครับ) 0E : เช็คหน่วยความจำ VGA(ลองหาตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ)  11 :อาจมีปัญหาที่ DMA controller 41 : ให้ตรวจสอบ FLOPPY Drive 42 : .ให้ตรวจสอบ HARD DISK 43 : ค้นหาและตรวจสอบ serial และ parallel port 45 : ให้เช็ค Mainboard ว่าเข้า...

map network drive ด้วย Command prompt

     บ่อยครั้งที่ต้องการใช้ทรัพยากร (เช่น โปรแกรม, ไฟล์เอกสารต่างๆ) จากเครื่องอื่นบนระบบเครือข่าย  หรืออาจจะเป็นเครื่อง Server องค์กร ที่ให้บริการ share file และมีความจำเป็นต้องใช้ไฟล์ร่วมกัน ดังนั้นการที่จะมาคอยใช้คำสั่ง ในการเข้าเครื่องอื่นนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก จึงต้องมีการ Map Drive ไว้เพื่อใช้งาน การ Map Drive บนระบบเครือข่ายนั้นก็ยังเป็นเรื่องยุ่งยากของ user ผู้ใช้งาน ซึ่งบางท่านอาจจะ Map Drive บนระบบเครือข่ายไม่เป็น ดังนั้นผมจึงมีวิธีการที่จะ Map Drive บนระบบเครือข่าย ผ่านคำสั่ง Command Prompt ของ window อย่างง่ายๆครับ สิ่งที่ต้องทราบก่อนทำการ Map Drive บนเครือข่าย 1. Drive ที่ต้องการจะ Map ควรตรวจดูใน My Computer ว่ามี Drive อะไรบ้าง และ Drive ที่แสดงใน My Computer นั้น อยู่ในสถานะไม่ว่าง จะไม่สามารถนำมา Map Drive ได้ จะได้เฉพาะที่ไม่มีโชว์เท่านั้น   ( Drive ที่มีใน My Computer จะไม่สามารถ นำมาเป็น Drive ที่เราต้องการจะ Map ได้ เช่น ในเครื่องคอมของเรามี Drive C และ Drive D ดังนั้น Drive ที่ว่างก็จะมีตั้งแต่ Drive E ไปจนถึง Drive Z เลยครับ ...