ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การสแกน IP Address บนคอมพิวเตอร์ วิธีหาอุปกรณ์ในเครือข่ายด้วยโปรแกรมฟรี

ภาพหน้าปกสไตล์ไอทีเทคโนโลยี แสดงหน้าจอคอมพิวเตอร์และเครือข่ายดิจิทัล การเชื่อมต่อ IP Address และอุปกรณ์ในระบบ

การสแกน IP Address คือการตรวจหาอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน กล้อง CCTV เครื่องพิมพ์ หรืออุปกรณ์ IoT วิธีนี้ช่วยให้เราทราบว่ามีอะไรออนไลน์อยู่บ้าง ใช้ IP อะไร และช่วยแก้ปัญหาเครือข่ายได้ง่ายขึ้น

โปรแกรมสแกน IP ที่แนะนำ

โปรแกรม ระบบที่รองรับ เหมาะกับใคร
Advanced IP Scanner Windows ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการใช้งานง่ายและเร็ว
Angry IP Scanner Windows, macOS, Linux ผู้ใช้ที่ต้องการโปรแกรมฟรี ใช้ได้หลายระบบ
Nmap Windows, macOS, Linux ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้ที่ต้องการความละเอียดสูง

Windows ใช้ Advanced IP Scanner

หน้าจอโปรแกรม Advanced IP Scanner บน Windows แสดงช่องกรอกช่วง IP Address ปุ่มสแกน และตารางแสดงรายการอุปกรณ์
สำหรับผู้ใช้ Windows ส่วนใหญ่ Advanced IP Scanner เป็นตัวเลือกที่คุ้นเคยและใช้งานง่ายที่สุด เพราะเป็นโปรแกรมฟรีที่สแกนอุปกรณ์ในเครือข่ายได้รวดเร็ว แสดงชื่อเครื่อง, IP Address และ MAC Address ได้ในหน้าจอเดียว 

สามารถ ดาวน์โหลด Advanced IP Scanner จากเว็บไซต์ทางการ ได้ฟรี
วิธีใช้: เปิดโปรแกรม → ใส่ช่วง IP เช่น 10.80.34.2-255 → กด Scan → รอโปรแกรมแสดงรายการอุปกรณ์ที่ออนไลน์

ควรสแกน IP ช่วงไหน? โดยปกติ Advanced IP Scanner จะตรวจจับ IP Address ของเครื่องเราเองโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดโปรแกรม และแนะนำช่วง IP ของเครือข่ายที่เหมาะสมให้ ตัวอย่างเช่น หาก IP ของคอมพิวเตอร์เป็น 192.168.1.25 ให้สแกนช่วง 192.168.1.1-192.168.1.254

ตัวเลขสามชุดแรก เช่น 192.168.1 คือระบุเครือข่ายเดียวกัน ส่วนตัวเลขสุดท้ายคือหมายเลขของอุปกรณ์แต่ละเครื่อง ดังนั้นการสแกนตั้งแต่ .1 ถึง .254 จะช่วยให้เห็นอุปกรณ์เกือบทั้งหมดในเครือข่ายบ้านหรือออฟฟิศขนาดเล็ก

เคล็ดลับ: หากไม่แน่ใจว่าควรใส่ช่วงไหน ให้กดปุ่มสแกนตามค่าที่โปรแกรมแนะนำไว้ก่อน หรือเปิด Command Prompt แล้วพิมพ์ ipconfig เพื่อดู IP Address และ Default Gateway ของเครื่องตัวเอง

macOS และ Linux ใช้ Angry IP Scanner

หน้าจอโปรแกรม Angry IP Scanner บน macOS แสดงช่องระบุช่วง IP Range ปุ่ม Start และตารางแสดงข้อมูลเครือข่าย

 

Angry IP Scanner เป็นโปรแกรมโอเพนซอร์สที่นิยมใช้บน macOS และ Linux เพราะมีหน้าจอใช้งานง่าย สแกน IP และพอร์ตได้ รวมถึงแสดงข้อมูลอุปกรณ์ที่ออนไลน์ได้อย่างชัดเจน

ข้อดี: Angry IP Scanner ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะ macOS หรือ Linux เท่านั้น แต่ยังติดตั้งและใช้งานบน Windows ได้ด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้หลายระบบปฏิบัติการ
สามารถ ดาวน์โหลด Angry IP Scanner จากหน้าทางการ สำหรับ Windows, macOS และ Linux 

 

อยากดูเป็นมืออาชีพ ใช้ Nmap ผ่าน Terminal

หากต้องการสแกนเครือข่ายอย่างละเอียดและดูเป็นมืออาชีพ Nmap คือเครื่องมือที่ควรรู้จัก จุดเด่นคือการทำงานผ่าน Command Line หรือ Terminal ทำให้ผู้ใช้สั่งงานได้แม่นยำ ปรับตัวเลือกการสแกนได้มาก และเห็นข้อมูลเชิงลึกมากกว่าโปรแกรมแบบ GUI

# สแกนหาอุปกรณ์ที่ออนไลน์ในเครือข่าย
nmap -sn 192.168.1.0/24

# สแกนพอร์ตที่เปิดใช้งานของเครื่องเป้าหมาย
nmap 192.168.1.10

คำสั่ง nmap -sn เหมาะสำหรับค้นหาว่ามีอุปกรณ์ใดออนไลน์ในเครือข่าย ส่วนการรัน nmap ตามด้วย IP ของเครื่องเป้าหมาย จะช่วยตรวจสอบพอร์ตและบริการที่เปิดอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับงานด้านระบบเครือข่ายและความปลอดภัย

เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะที่สุด

  • ใช้ Advanced IP Scanner หากใช้ Windows และต้องการเครื่องมือแบบคลิกง่าย
  • ใช้ Angry IP Scanner หากต้องการโปรแกรมที่ใช้ได้ทั้ง Windows, macOS และ Linux
  • ใช้ Nmap หากต้องการความละเอียดสูง ทำงานผ่าน Terminal และต้องการวิเคราะห์เครือข่ายอย่างมืออาชีพ
สำคัญ: ควรสแกนเฉพาะเครือข่ายของตนเอง หรือเครือข่ายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่ถูกต้อง

สรุป: หากต้องการความง่าย ให้เริ่มจาก Advanced IP Scanner หรือ Angry IP Scanner แต่หากต้องการความละเอียด ความยืดหยุ่น และภาพลักษณ์แบบมืออาชีพ Nmap คือตัวเลือกที่ดีที่สุด 

 

บทความก่อนหน้า : 10 ตัวอย่าง การใช้งานคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน ที่คุณไม่เคยสังเกต 

ความคิดเห็น