ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

1GB กับ 1Gbps ต่างกันอย่างไร? ทำไมความเร็วเน็ตกับพื้นที่เก็บข้อมูลถึงเรียกไม่เหมือนกัน

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่าอินเทอร์เน็ตความเร็ว 1GB หรือ Wi-Fi 2GB แล้วสงสัยว่าตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร เพราะเวลาเลือกซื้อคอมพิวเตอร์หรือ SSD เราก็มักเห็นความจุ 1TB หรือ 1GB อยู่เป็นประจำ ในความเป็นจริงแล้ว GB, Gbps และ GHz เป็นหน่วยที่ใช้บอกคนละเรื่องกัน หากเข้าใจความแตกต่างนี้ เราจะเลือกใช้อุปกรณ์และแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตได้ถูกต้องมากขึ้น


1GB กับ 1Gbps ต่างกันอย่างไร?

เริ่มจากตัวอักษรที่ดูคล้ายกันมากอย่าง GB และ Gbps โดย 

  • GB ย่อมาจาก Gigabyte ใช้บอกขนาดข้อมูลหรือพื้นที่เก็บข้อมูล เช่น ไฟล์วิดีโอขนาด 1GB หรือ SSD ความจุ 1TB
  • Gbps ย่อมาจาก Gigabits per second ใช้บอกความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่อวินาที

จุดสำคัญที่หลายคนมักมองข้ามคือ ตัว b ตัวเล็ก หมายถึงบิต (bit) ส่วน B ตัวใหญ่ หมายถึงไบต์ (Byte) โดย 1 ไบต์ เท่ากับ 8 บิต

 ดังนั้น อินเทอร์เน็ตความเร็ว 1Gbps จึงมีอัตราการรับส่งข้อมูลตามทฤษฎีประมาณ 125MB ต่อวินาที ไม่ใช่ 1GB ต่อวินาที หากดาวน์โหลดไฟล์ขนาด 1GB ผ่านการเชื่อมต่อที่ทำความเร็วได้เต็ม 1Gbps ก็จะใช้เวลาประมาณ 8 วินาทีในทางทฤษฎี แต่การใช้งานจริงอาจใช้เวลานานกว่านี้ เพราะมีข้อจำกัดจากเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้


พื้นที่เก็บข้อมูล 1TB ไม่ใช่ความเร็วอินเทอร์เน็ต

เวลาเห็น SSD หรือฮาร์ดดิสก์ระบุความจุ 1TB หมายถึงพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์นั้นมีความเร็ว 1TB แต่อย่างใด โดยทั่วไป 1TB มีค่าประมาณ 1,000GB ตามหน่วยที่ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลนิยมใช้ ส่วนความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลจะระบุแยกต่างหาก เช่น MB/s หรือ GB/s

"พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ GB และ TB บอกว่าเก็บข้อมูลได้มากแค่ไหน ส่วน Mbps และ Gbps บอกว่ารับส่งข้อมูลได้เร็วแค่ไหน ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับข้อมูลเหมือนกัน แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้"


Wi-Fi 2.4GHz กับ 5GHz คืออะไร? ไม่ใช่ 2GB หรือ 5GB

อีกคำที่มักเรียกผิดคือ Wi-Fi 2GB หรือ 5GB ซึ่งที่ถูกต้องคือ Wi-Fi ย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz โดย GHz ย่อมาจาก Gigahertz เป็นหน่วยวัดความถี่ของคลื่นวิทยุ ไม่ใช่หน่วยพื้นที่เก็บข้อมูล

  • Wi-Fi 2.4GHz โดยทั่วไปส่งสัญญาณได้ไกลกว่าและผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า เหมาะกับการใช้งานในบริเวณที่อยู่ห่างจากเราเตอร์ แต่มีโอกาสถูกรบกวนจากอุปกรณ์อื่นได้มาก
  • Wi-Fi 5GHz มักรองรับการรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่สัญญาณมักอ่อนลงเมื่ออยู่ไกลหรือมีผนังกั้นหลายชั้น

อย่างไรก็ตาม การใช้ Wi-Fi 5GHz ไม่ได้หมายความว่าอินเทอร์เน็ตจะเร็วกว่าเสมอไป เพราะความเร็วจริงยังขึ้นอยู่กับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต เราเตอร์ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และสภาพแวดล้อมด้วย

อินโฟกราฟิกสามมิติ (Isometric 3D) แบบแบ่งเป็น 3 ช่องเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง "ความจุข้อมูล", "ความเร็วอินเทอร์เน็ต" และ "สัญญาณความถี่ Wi-Fi"  ช่องซ้ายสุด "ความจุข้อมูล (Storage)": แสดงภาพโกดัง ชั้นวางกล่องพัสดุ รถยก ฮาร์ดดิสก์ และ SSD ด้านบนระบุหน่วยวัด "MB Megabyte (เมกะไบต์)", "GB Gigabyte (กิกะไบต์)", "TB Terabyte (เทอราไบต์)" พร้อมข้อความเน้นย้ำสีแดงด้านล่างว่า "ความแตกต่างคือ B และ b"  ช่องกลาง "ความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed)": แสดงภาพถนนที่มีรถยนต์ความเร็วสูงวิ่งในอุโมงค์ ข้อมูลพุ่งผ่านท่อ และเกจวัดความเร็ว ด้านบนระบุหน่วยวัด "Mbps Megabit per second (เมกะบิตต่อวินาที)" และ "Gbps Gigabit per second (กิกะบิตต่อวินาที)"  ช่องขวาสุด "สัญญาณความถี่ Wi-Fi (Frequency)": แสดงภาพเราเตอร์ไร้สายที่ปล่อยคลื่นสัญญาณข้ามสิ่งกีดขวาง (กำแพงอิฐ) ไปยังบ้านจำลอง 2 หลัง ด้านบนระบุหน่วย "2.4GHz Gigahertz (กิกะเฮิรตซ์)" (คลื่นกว้าง ไปได้ไกลผ่านสิ่งกีดขวาง) และ "5GHz Gigahertz (กิกะเฮิรตซ์)" (คลื่นสั้น ความเร็วสูงแต่ผ่านสิ่งกีดขวางได้ยากกว่า) พร้อมข้อความเน้นย้ำสีแดงด้านล่างขวาว่า "หน่วยคือความถี่ ไม่ใช่บิตและไบต์"


สรุป จำให้ถูก ใช้ให้เป็น

GB และ TB ใช้บอกขนาดข้อมูลหรือพื้นที่เก็บข้อมูล ส่วน Mbps และ Gbps ใช้บอกความเร็วในการรับส่งข้อมูล ขณะที่ GHz ใช้บอกความถี่ของคลื่นสัญญาณ Wi-Fi

ครั้งต่อไปที่ได้ยินคำว่าอินเทอร์เน็ต 1GB หรือ Wi-Fi 2GB ลองสังเกตหน่วยให้ดี เพราะเพียงแค่ตัวอักษรต่างกัน ความหมายก็เปลี่ยนไปแล้ว การเข้าใจหน่วยเหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ไอทีได้อย่างเหมาะสม ไม่สับสนระหว่างความเร็วกับความจุอีกต่อไป


บทความก่อนหน้า : มีเงิน 50,000 บาท อยากได้แล็ปท็อปสักเครื่อง เพื่อนๆ แนะนำตัวไหนดี?

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC เมนบอร์ดเป็นแผงวงจรหลักที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ ดังนั้น จึงควรรู้จักตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างบนเมนบอร์ดเสียก่อน จึงจะสามารถประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อุปกรณ์หลักที่สำคัญก็มีช็อกเกตสำหรับติดตั้งซีพียู, ช็อกเกตแรม และซิปเซตที่ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมด หัวต่อและสล็อตสำหรับติดตั้งอุปกรณ์และการ์ดต่างๆ รวมไปถึงหัวต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่ต่อออกทางด้านหลังเครื่อง อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเมนบอร์ดได้แก่  1. ช็อกเกตซีพียู (CPU Socket) ช็อกเกตซีพียู เป็นตำแหน่งติดตั้งซีพียู โดยรูปแบบของช็อกเกตจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของซีพียู การซื้อเมนบอร์ดจะต้องตรวจสอบว่าต้องการใช้กับซีพียูยี่ห้อใดและรุ่นไหน หากซื้อซีพียูที่มีช็อกเกตไม่ตรงกับเมนบอร์ดจะไม่สามารถใช้งานได้ ปัจจุบันจะมีช็อกเกตที่ใช้งานบนเมนบอร์ดคือ Intel LGA 775,  Intel LGA 1150, Intel LGA 1151, Intel LGA1155 และ Intel LGA 2066 ใช้สำหรับซีพียู Intel ทั้งหมด แต่ต้องดูด้วยว่า ซีพียู อินเทลใดใช้ช็อกเกตเท่าไหร่ ส่วน AMD AM4, AMD sTRX4 และ AMD TR4 จะใช้สำหรับ CPU AMD เท่านั้นซึ่งก็เหมือนกับ...

รวม Code Debug Card Mainboard

รวม Code Debug Card Mainboard สำหรับช่างซ่อมคอมมือใหม่ที่มีเครื่องมือ Debug Card เป็นตัวช่วยแล้ว บางครั้งอาจจะไม่รู้ว่าค่า Error Code นั้นคืออะไร ผมได้สืบหาข้อมูลและเขียนเพื่อเตือนความจำของตนเองไว้ เพราะไม่ค่อยได้ใช้ตัว Debug Card นี้เช่นกัน นานๆครั้งมาใช้นั้น ค่อนข้างที่จะค้นหาข้อมูลอย่างลำบากเช่นกัน ผมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาจากเว็บที่หาข้อมูลได้ ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลด้วยครับ CODE : ความหมาย 00 : ไม่มีสัญญาณให้เช็ค CPU หรือลองหา CPU ตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ 01 : CPU TEST รอบที่ 1 02 : CPU TEST รอบที่ 2 04 : TEST Memory รีเฟรช ของอุปกรณ์ ต่าง ๆ  05 : Key board controller อาจมีปัญหา 07 : BIOS battery อาจจะหมด 0B : TEST cmos checksum 0D : เช็ค VGA CARD Interface C0 : ทดสอบหน่วยความจำและ slot(ลองฉีด สเปรย์สารพัดพิษดูครับ) 0E : เช็คหน่วยความจำ VGA(ลองหาตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ)  11 :อาจมีปัญหาที่ DMA controller 41 : ให้ตรวจสอบ FLOPPY Drive 42 : .ให้ตรวจสอบ HARD DISK 43 : ค้นหาและตรวจสอบ serial และ parallel port 45 : ให้เช็ค Mainboard ว่าเข้า...

map network drive ด้วย Command prompt

     บ่อยครั้งที่ต้องการใช้ทรัพยากร (เช่น โปรแกรม, ไฟล์เอกสารต่างๆ) จากเครื่องอื่นบนระบบเครือข่าย  หรืออาจจะเป็นเครื่อง Server องค์กร ที่ให้บริการ share file และมีความจำเป็นต้องใช้ไฟล์ร่วมกัน ดังนั้นการที่จะมาคอยใช้คำสั่ง ในการเข้าเครื่องอื่นนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก จึงต้องมีการ Map Drive ไว้เพื่อใช้งาน การ Map Drive บนระบบเครือข่ายนั้นก็ยังเป็นเรื่องยุ่งยากของ user ผู้ใช้งาน ซึ่งบางท่านอาจจะ Map Drive บนระบบเครือข่ายไม่เป็น ดังนั้นผมจึงมีวิธีการที่จะ Map Drive บนระบบเครือข่าย ผ่านคำสั่ง Command Prompt ของ window อย่างง่ายๆครับ สิ่งที่ต้องทราบก่อนทำการ Map Drive บนเครือข่าย 1. Drive ที่ต้องการจะ Map ควรตรวจดูใน My Computer ว่ามี Drive อะไรบ้าง และ Drive ที่แสดงใน My Computer นั้น อยู่ในสถานะไม่ว่าง จะไม่สามารถนำมา Map Drive ได้ จะได้เฉพาะที่ไม่มีโชว์เท่านั้น   ( Drive ที่มีใน My Computer จะไม่สามารถ นำมาเป็น Drive ที่เราต้องการจะ Map ได้ เช่น ในเครื่องคอมของเรามี Drive C และ Drive D ดังนั้น Drive ที่ว่างก็จะมีตั้งแต่ Drive E ไปจนถึง Drive Z เลยครับ ...