หลายคนอาจเคยประสบปัญหาหงุดหงิดเมื่อพบว่า Windows 11 สั่งพิมพ์กับเครื่องพิมพ์บนเครือข่ายไม่ได้ แม้ว่าเครื่องอื่นในวงแลนเดียวกันจะใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์กลางหรือระบบ CUPS ได้ปกติก็ตาม โดยเฉพาะในรุ่น Windows 11 Home Single Language มักจะมีข้อจำกัดด้านนโยบายความปลอดภัยและระบบ RPC (Remote Procedure Call) ที่ถูกลดทอนลง ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งค่ารีจิสทรีที่จำเป็นเพื่อเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ได้ทันที
วิธีอัปเกรด Home สู่ Pro เพื่อปลดล็อก Registry
เนื่องจากรุ่น Home ไม่มีสิทธิ์ในการปรับแต่งความปลอดภัยระดับลึกเพื่อแก้ปัญหา Windows 11 สั่งพิมพ์บนเครือข่ายไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องอัปเกรดระบบเป็นรุ่น Pro ก่อน โดยมีคำเตือนและขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
- คำเตือนสำคัญ หากอัปเกรดจาก Windows 11 Home Single Language เป็นเวอร์ชัน Pro แล้ว จะไม่สามารถดาวน์ดรอปหรือเปลี่ยนกลับเป็นเวอร์ชัน Home ได้อีก ยกเว้นต้องล้างเครื่องใหม่ทั้งหมด
- เงื่อนไขการใช้งาน การใช้คีย์กลางเป็นการเปลี่ยนเวอร์ชันสำหรับทดสอบหรือปลดล็อกฟีเจอร์ชั่วคราวเท่านั้น ตัวระบบจะมีกำหนดระยะเวลาใช้งาน หรือต้องใช้ Product Key แท้เพื่อ Activate ให้สมบูรณ์
ขั้นตอนการอัปเกรดและแก้ไขปัญหา
1. ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Disconnect Internet) ก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันระบบปฏิเสธคีย์กลาง
2. ไปที่ Settings > System > Activation > Change product key แล้วใส่คีย์กลางสำหรับเปลี่ยนรุ่นคือ
VK7JG-NPHTM-C97JM-9MPGT-3V66T
3. รอจนระบบอัปเกรดและรีสตาร์ทตัวเองเป็น Windows 11 Pro เรียบร้อยแล้ว (สถานะจะพร้อมให้จัดการระบบต่อได้ทันที)
4. เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกลับมา ให้เปิด Registry Editor โดยกดปุ่ม Windows + R พิมพ์ regedit แล้วกด Enter
5. ให้เข้าไปตาม path HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Control\Print
6. ภายในโฟลเดอร์ Print ให้สร้างค่า DWORD (32-bit) Value ขึ้นมาใหม่ โดยตั้งชื่อว่า
RpcAuthnLevelPrivacyEnabled และกำหนดค่า Value data เป็น 0
หลังจากสร้างและกำหนดค่าใน Registry เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการ Restart เครื่อง Windows 11 สัก 1 รอบ แล้วลองเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ใหม่อีกครั้ง เพียงเท่านี้อาการ Windows 11 สั่งพิมพ์บนเครือข่ายไม่ได้ ก็จะถูกแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้อย่างราบรื่น

ความคิดเห็น