ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ระบบเครือข่าย

ทำอย่างไรเมื่ออินเตอร์เน็ตองค์การใช้ไม่ได้ หรือไม่ได้รับ ip address

ทำอย่างไรเมื่ออินเตอร์เน็ตองค์การใช้ไม่ได้ หรือไม่ได้รับ ip address เมื่อเราใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราท่องอินเตอร์เน็ต อยู่ดีๆ วันดี คืนดีเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรากลับใช้งานอินเตอร์เน็ตไม่ได้ และเจ้าไอคอนคอมพิวเตอร์ของเรา (เล็กๆ ด้านขวาล่าง บนเมนูบาร์ของวินโดว์) กลับเป็นเครื่องหมายตกใจเสียอย่างนั้น เราจะทำอย่างไรเมื่อคนอื่นๆ ก็สามารถยังใช้งานได้ตามปกติ ไม่พบปัญหาอย่างเรา วิธีการแก้ปัญหาคือ เราจะทำการ รีนิวไอพีแอดเดรสซะ (renew ip address) โดยให้เราเปิดดอสขึ้นมา (Command prompt) ด้วยการเข้าที่ Start --> run แล้วพิมพ์คำสั่ง cmd แล้วกด enter จะเป็นการเปิดดอสขึ้นมา(Command prompt) จากนั้นพิมพ์คำสั่งดังนี้ ipconfig /release *con* ipconfig /renew เท่านี้ เราก็สามารถรีเซ็ตไอพีแอดเดรสได้แล้ว ในกรณี ที่เกิดเหตุการอย่างนี้ขึ้นบ่อยๆ แล้วเราขี้เกียจมาเปิด command prompt หลายๆครั้ง เราสามารถสร้างเป็นไฟล์เพื่อนำมาใช้งานได้ ด้วยการคลิ๊กเพียงครั้งเดียวก็เรียบร้อย การสร้าง file ipconfigRenew ทำได้ดังนี้ 1. เปิดโปรแกรม Note pad ขึ้นมา แล้วทำการพิมพ์คำสั่งดังนี้ ...

การลบหมายเลข VLAN และการเคลียร์หมายเลข VLAN ทั้งหมด ออกจากดาต้าเบสของ VLAN

การลบหมายเลข VLAN และการเคลียร์หมายเลข VLAN ทั้งหมด ออกจากดาต้าเบสของ VLAN      เมื่อสร้างหมายเลข VLAN ไปแล้ว หากต้องการลบจะทำอย่างไร ? วิธีสำหรับการยกเลิกหมายเลข VLAN ออกไปจาก VLAN Database ทีละหมายเลขก็คือการเข้าสู่ดาต้าเบสของ VLAN แล้วพิมพ์  no vlan <หมายเลข VLAN ที่ต้องการลบ> อย่างเช่น Switch# vlan database     <-- เป็นคำสั่งที่ใช้เข้าสู่ฐานข้อมูลหรือดาต้าเบสของ VLAN  Switch(vlan)# no vlan  <หมายเลข VLAN ที่ต้องการลบ>      หรืออีกวิธีหนึ่งคือใช้คำสั่ง no vlan <หมายเลข VLAN ที่ต้องการลบ> จากโกลบอลคอนฟิกูเรชันโหมดของสวิตซ์ Switch(config) #no vlan <หมายเลข VLAN>       ถ้าต้องการลบ 5 VLAN ออกจาก 20 VLAN ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราคงต้องใช้วิธีข้างต้นนี้คือไล่ no vlan ออกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าต้องการลบหมายเลข VLAN ทั้งหมดที่มีอยู่เป็นจำนวนพอสมควรออกไปจากดาต้าเบส VLAN ทีเดียวโดยไม่ต้องการไล่ลบทีละ VLAN วิธีการมีดังนี้ 1.  ใช้คำสั่ง show fla...

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับไฟล์ VLAN.DAT

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับไฟล์ VLAN.DAT      ไฟล์ที่ชื่อ VLAN.DAT เป็นไฟล์สำคัญที่เก็บ database ของ VLAN ไว้ ภายในประกอบด้วยหมายเลข VLAN ต่างๆ ที่ผู้คอนฟิกได้สร้างไว้ และคอนฟิกูเรชันของ VLAN ซึ่งความรู้ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญเวลาที่เราต้องการยกเลิกหมายเลข  VLAN ทั้งหมดออกไปจากสวิตซ์ หรือต้องการรีเซตค่าคอนฟิกูเรชันของสวิตซ์ให้กลับมาอยู่ในค่าดีฟอลต์ ไฟล์ๆ นี้จะเก็บแยกออกมาต่างหากจากไฟล์ที่เก็บคอนฟิกูเรชันของสวิตซ์ ดังนั้นถึงแม้ว่าเราจะเคลียร์คอนฟิกของสวิตซ์ทิ้งไปด้วยคำสั่ง อย่างเช่น write erase ไปแล้วก็ตาม แต่หมายเลข VLAN ที่เก็บไว้ในไฟล์นี้ก็ยังไม่ได้ถูกลบออกตามไปด้วย อ่านต่อ :  การลบหมายเลข VLAN และการเคลียร์หมายเลข VLAN ทั้งหมด ออกจากดาต้าเบสของ VLAN

การสร้าง VLAN และการเข้าเป็นสมาชิกของ VLAN

การสร้าง VLAN และการเข้าเป็นสมาชิกของ VLAN      มีอยู่ 2 วิธีในการเซตให้พอร์ตของสวิตซ์ (ส่งผลถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางที่ต่ออยู่กับพอร์ตของสวิตซ์) เข้าเป็นสมาชิกของ VLAN ได้แก่ static VLAN และ dynamic VLAN Static VLANs       Static VLAN หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “port-based membership” (การเป็นสมาชิกของ VLAN โดยพิจารณาจากพอร์ต) ในลักษณะนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ปลายทางจะเป็นสมาชิกของ VLAN โดยขึ้นกับพอร์ตสวิตซ์ที่มันคอนเน็กอยู่ด้วย      พอร์ตของสวิตซ์จะถูกเซตให้เป็นสมาชิกของ VLAN โดยการเซตอัพของผู้ดูแลระบบ ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์สองเครื่องจะเชื่อมต่ออยู่บนสวิตซ์ตัวเดียวกัน แต่หากพอร์ตที่มันเชื่อมอยู่เป็นสมาชิกของต่าง VLAN กัน เครื่องสองเครื่องดังกล่าวจะไม่มีทางสื่อสารกันได้ ในการทำให้เครื่องที่อยู่ต่าง VLAN กันพูดคุยกันได้ เราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เลเยอร์ 3 อย่างสวิตซ์เลเยอร์ 3 และเร้าเตอร์เข้ามาช่วย การคอนฟิก static VLAN ขั้นแรก ต้องสร้างหมายเลข VLAN ขึ้นมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ VLAN (VLAN Database ต่อไปบางทีผู้เข...

ตัวอย่างหลักเกณฑ์การออกแบบ VLAN

ตัวอย่างหลักเกณฑ์การออกแบบ VLAN       หลักการสำคัญในการแบ่ง VLAN นั้นไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวใดๆ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ออกแบบและความเหมาะสมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี อย่าได้มองข้ามหลักพื้นฐานว่าระบบเน็ตเวิร์กนั้นมีขึ้นมาเพื่อรองรับแอฟพลิเคชันต่างๆในองค์กร ฉะนั้น หลักในการแบ่ง VLAN ที่ดีขอให้มองจากมุมมองของแอปพลิเคชันที่ทำงานอบู่บนสวิตซ์เน็ตเวิร์กประกอบด้วย เพราะถึงแม้บรอดคาสต์ทราฟฟิกโดยทั่วไปจะมีผลการทำงานโดยรวมของระบบเน็ตเวิร์ก แต่บางครั้งบางโอกาส องค์กรณ์นั้นอาจจำเป็นต้องใช้งานแอปพลิเคชันรุ่นเก่าๆ สำหรับธุรกิจซึ่งแอปพลิชันดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการส่งผ่านข้อมูลแบบบรอดคาสต์ทราฟฟิกตลอดเวลา ลักษณะนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวก็สมควรได้รับการเซตให้อยู่ใน VLAN เดียวกันทั้งหมดไม่ควรแบ่งแยกเป็น VLAN ย่อยๆ ทั้งนี้เพื่อให้เครื่องทั้งหมดมีโอกาสได้รับข้อมูลชองแอปเคชันที่ส่งมาแบบบรอดคาสต์ และขจัดปัญหาต่างๆ ในการสื่อสารที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ # โดยดีฟอลต์ สวิตซ์ที่ไม่มีการแบ่ง VLAN ทุกพอร์ตของมันจะถือว่าอยู่ใน VLAN ดีฟอลต์เดียวกัน นั่นคือ VLAN หม...

ประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างและแบ่ง VLAN

ประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างและแบ่ง VLAN         -  จำกัดขอบเขตการแพร่กระจายของบรอดคาสต์ทราฟฟิกไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของเน็ตเวิร์ก โดยปกติ หลายๆแอปพลิเคชันบนเน็ตเวิร์ก รวมทั้งไดรเวอร์ของโปรโตคอลต่างๆ เช่น ไดรเวอร์ของ TCP/IP ,IPX/SPX มักจะมีการส่งบรอดคาสต์เฟรมออกมาเป็นระยะๆ เพื่อประโยชน์ต่างๆอันเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานของมัน ถึงแม้บรอดคาสต์ทราฟฟิกจะมีประโยชน์ แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมได้ หากไม่มีการจำกัดขอบเขตของบรอดคาสต์ทราฟฟิก ทำไมบรอดคาสต์ทราฟฟิกจึงมีผลต่อประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์ก ?        1. เพราะบรอดคาสต์เฟรมเป็นเฟรมพิเศษที่ “บังคับ” ให้ทุกๆ เครื่องในบรอดคาสต์โดเมนนั้นๆ ต้องรับเอาบรอดคาสต์เฟรมไปใส่ไว้ในบัฟเฟอร์ของเน็ตเวิร์กการ์ดของตน และทำการประมวลผลบรอดคาสต์เฟรมด้วยการส่งสัญญาณไปอินเตอร์รัพป์ซีพียูของเครื่องเละให้ไดรเวอร์ของโปรโตคอลในเลเยอร์ 3 เป็นผู้ประมวลผลต่อไม่ว่าตนเองจะมีหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อหาภายในเฟรมนั้นๆ ก็ตาม ภายหลังหากพบว่าตนเองจำเป็นต้องมีส่วนร่วมก...

ความสัมพันธ์ระหว่าง VLAN กับโปรโตคอล TCP/IP

ความสัมพันธ์ระหว่าง VLAN กับโปรโตคอล TCP/IP      หากมองจากมุมของเลเยอร์ 2 การแบ่ง VLAN เป็นการแบ่งกลุ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมอยู่กับพอร์ตของสวิตซ์ให้เสมือนว่าอยู่ใน LAN เดียวกันโดยไม่เกี่ยวข้องกับ VLAN อื่น ๆ และเฉพาะเครื่องใรกลุ่มดังกล่าวเท่านั้นที่สามารถสื่อสารกันได้ และบรอดคาสต์ทราฟฟิกจะถูกจำกัดให้อยู่เฉพาะใน VLAN นั้น ๆ เท่านั้นไม่กระจายไปยังพอร์ตของสวิตซ์ที่อยู่ใน VLAN อื่นๆ       เมื่อมองจากแง่มุมของเลเยอร์ที่ 3 ซึ่งเป็นเลเยอร์ของโปรโตคอล IP นั้น สิ่งที่เราสนใจก็คือ การวางแผนหมายเลขซับเน็ตแอดเดรส และการเซ็ต หมายเลข IP Address ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ เนื่องจากซับเน็ตหนึ่งซับเน็ตในโลกของ IP เป็นการกำหนดขอบเขตของบรอดคาสต์ขึ้นมา ในขณะเดียวกัน VLAN หนึ่ง VLAN ก็เป็นการกำหนดขอบเขตของบรอดคาสต์โดเมนขึ้นมาเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงส่งผลให้ซับเน็ต 1 ซับเน็ตมีความสอดคล้อง VLAN 1VLAN นี่เป็นที่มาของหลักการในทางปฏิบัติที่ว่า “หมายเลขซับเน็ตแอดเดรสของโปรโตคอล IP บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ใน VLAN หนึ่งๆ จะต้องเป็นค่าเฉพาะตัว (unique) ที่ไ...

xampp mysql password

How to set password user phpmyadmin for xampp. 1. Download xampp   and select platfrom.      - for window      - for linux      - for Mac OS X 2. Install xampp on server or virtual server. 3. Open Control panel xampp and start service. 4. Open web browser get url http://localhost and click tab security . 5.Click on  http://localhost/security/xamppsecurity.php   6. Enter password and confirm password again and click password changing button. 7. Open phpmyadmin get url  http://localhost/phpmyadmin/ insert username and password user : root password : ............

ระบบเครือข่ายแบบ LAN ตอนที่ 2 Switching

Switching คุณลักษณะการทำงานของ Switching Hub       Switching Hub ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน มีทั้งแบบ Layer 2 และ Layer 3 ขณะที่ยังมีผู้ผลิตบางรายที่ประกาศว่า Switching Hub ของตนสามารถทำงานตั้งแต่ Layer 2 ไปจนถึง Layer 7 ทีเดียว คำถามมีอยู่ว่า Layer 2 และ Layer 3 Switching คืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? คำตอบคือ Layer 2 Switching ทำงานบนมาตรฐาน ในระดับ Layer 2 ของ OSI Model ซึ่งในระดับชั้นหรือ Layer ที่ 2 นี้ มาตรฐาน OSI ได้กำหนดให้ Station ที่ทำงานบนเครือข่าย เมื่อต้องการติดต่อกัน จะต้องอ้างที่อยู่ (Address) ของกันและกัน Address นี้เรียกว่า MAC (Media Access Control) Address ซึ่ง MAC Address นี้ บางครั้งจะเรียกว่า Physical Address หรือ Ethernet Address เป็น Address ที่มากับอุปกรณ์ ที่ใช้ อินเตอร์เฟสกับเครือข่าย เช่น LAN Card เป็นต้น         การทำงานของ Layer 2 Switching Hub จะเหมือนกับการทำงานของอุปกรณ์ Bridge แทบทุกประการ ซึ่งบางครั้งจะเรียก Layer 2 Switching ว่า Multi-Port Bridge ขณะที่ Layer 3 Switching H...

ระบบเครือข่ายแบบ LAN ตอนที่ 1 การเชื่อมต่อของเครือข่าย LAN

ชนิดการเชื่อมต่อของเครือข่าย LAN      การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเฉพาะบริเวณแลนนั้น จุดประสงค์หลักอย่างหนึ่งก็คือการแบ่งกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยทรัพยากรเหล่านั้นอาจเป็นหน่วยประมวลผลกลาง CPU ความเร็วสูง ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ หรือแม้แต่อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะเชื่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง วิธีการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดสรรการใช้งานทรัพยากรในระบบเครือข่ายสามารถจำแนกได้เป็น 2 รูปแบบคือ เครือข่ายแบบพึ่งเครื่องบริการ (Server - based networking)       เป็นการเชื่อมต่อโดยมีเครื่องบริการอยู่ศูนย์กลาง ทำหน้าที่ในการให้บริการต่าง ๆ ที่เครื่องผู้ใช้หรือสถานีงาน (Workstation) ร้องขอ รวมทั้งเป็นผู้จัดการดูแลการจราจรในระบบเครือข่ายทั้งหมด นั่นคือการติดต่อกันระหว่างเครื่องต่าง ๆ จะต้องผ่านเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เครื่องผู้ใช้จะทำการประมวลผลในงานของตนเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ในการให้บริการกับเครื่องอื่น ๆ ในระบบ เครื่องผู้บริการในระบบเครือข่ายชนิดนี้อาจมีได้ 2 รูปแบบคือ    ...

VLAN คืออะไร

VLAN ( Virtual Local Area Network ) เป็นความสามารถอีกขั้นหนึ่งของอุปกรณ์สวิตซ์ที่ได้รับการนำไป อิมพลีเมนต์ ในเน็ทเวิร์กส่วนใหญ่มันทำให้การวางแผนออกแบบเน็ทเวิร์กที่ใช้สวิตซ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากจะหาคำนิยามสั้น ๆ แบบง่าย ๆ สักนิยามหนึ่งที่อธิบายความหมายว่า VLAN คืออะไร เราสามารถอธิบายได้ว่า “ VLAN นั้นเป็นความสามารถในการกำหนดขอบเขตของบรอดคาสต์โดเมน (broadcast domain) ขึ้นมาใหม่ในเน็ตเวิร์กที่ใช้กับอุปกรณ์สวิตซ์เลเยอร์ 2 “ คำว่า บรอดคาสต์โดเมน นั้นหมายถึง ขอบเขตของการรับและส่งบรอดคาสต์เฟรม (broadcast frame เป็นเฟรมที่มีแอดเดรสปลายทางเป็นบรอดคาสต์แอดเดรส มีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกๆ เครื่องได้รับเฟรมนั้นไปประมวลผล ) หากเครื่อง A และ B อยู่ในบรอดคาสต์เดียวกัน เครื่อง B จะได้รับบรอดคาสต์จากเครื่อง A โดยดีฟอลต์ เมื่อสวิตซ์ได้รับบรอดคาสต์เฟรมมาจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งของมัน มันจะกระจายบรอดคาสต์เฟรมออกไปทุกๆ พอร์ต แต่เมื่อมีการกำหนด VLAN ขึ้นมาแล้ว บรอดคาสต์เฟรมจะถูกส่งออกไปเฉพาะพอร์ตที่เป็นสมาชิกใน VLAN เดียวกันเท่านั้น ไม่ข้ามไปยังพอร์ตที่เป็นสมาชิกของ VLAN อื่น กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ในทางปฏิ...

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC เมนบอร์ดเป็นแผงวงจรหลักที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ ดังนั้น จึงควรรู้จักตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างบนเมนบอร์ดเสียก่อน จึงจะสามารถประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อุปกรณ์หลักที่สำคัญก็มีช็อกเกตสำหรับติดตั้งซีพียู, ช็อกเกตแรม และซิปเซตที่ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมด หัวต่อและสล็อตสำหรับติดตั้งอุปกรณ์และการ์ดต่างๆ รวมไปถึงหัวต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่ต่อออกทางด้านหลังเครื่อง อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเมนบอร์ดได้แก่  1. ช็อกเกตซีพียู (CPU Socket) ช็อกเกตซีพียู เป็นตำแหน่งติดตั้งซีพียู โดยรูปแบบของช็อกเกตจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของซีพียู การซื้อเมนบอร์ดจะต้องตรวจสอบว่าต้องการใช้กับซีพียูยี่ห้อใดและรุ่นไหน หากซื้อซีพียูที่มีช็อกเกตไม่ตรงกับเมนบอร์ดจะไม่สามารถใช้งานได้ ปัจจุบันจะมีช็อกเกตที่ใช้งานบนเมนบอร์ดคือ Intel LGA 775,  Intel LGA 1150, Intel LGA 1151, Intel LGA1155 และ Intel LGA 2066 ใช้สำหรับซีพียู Intel ทั้งหมด แต่ต้องดูด้วยว่า ซีพียู อินเทลใดใช้ช็อกเกตเท่าไหร่ ส่วน AMD AM4, AMD sTRX4 และ AMD TR4 จะใช้สำหรับ CPU AMD เท่านั้นซึ่งก็เหมือนกับ...

รวม Code Debug Card Mainboard

รวม Code Debug Card Mainboard สำหรับช่างซ่อมคอมมือใหม่ที่มีเครื่องมือ Debug Card เป็นตัวช่วยแล้ว บางครั้งอาจจะไม่รู้ว่าค่า Error Code นั้นคืออะไร ผมได้สืบหาข้อมูลและเขียนเพื่อเตือนความจำของตนเองไว้ เพราะไม่ค่อยได้ใช้ตัว Debug Card นี้เช่นกัน นานๆครั้งมาใช้นั้น ค่อนข้างที่จะค้นหาข้อมูลอย่างลำบากเช่นกัน ผมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาจากเว็บที่หาข้อมูลได้ ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลด้วยครับ CODE : ความหมาย 00 : ไม่มีสัญญาณให้เช็ค CPU หรือลองหา CPU ตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ 01 : CPU TEST รอบที่ 1 02 : CPU TEST รอบที่ 2 04 : TEST Memory รีเฟรช ของอุปกรณ์ ต่าง ๆ  05 : Key board controller อาจมีปัญหา 07 : BIOS battery อาจจะหมด 0B : TEST cmos checksum 0D : เช็ค VGA CARD Interface C0 : ทดสอบหน่วยความจำและ slot(ลองฉีด สเปรย์สารพัดพิษดูครับ) 0E : เช็คหน่วยความจำ VGA(ลองหาตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ)  11 :อาจมีปัญหาที่ DMA controller 41 : ให้ตรวจสอบ FLOPPY Drive 42 : .ให้ตรวจสอบ HARD DISK 43 : ค้นหาและตรวจสอบ serial และ parallel port 45 : ให้เช็ค Mainboard ว่าเข้า...

map network drive ด้วย Command prompt

     บ่อยครั้งที่ต้องการใช้ทรัพยากร (เช่น โปรแกรม, ไฟล์เอกสารต่างๆ) จากเครื่องอื่นบนระบบเครือข่าย  หรืออาจจะเป็นเครื่อง Server องค์กร ที่ให้บริการ share file และมีความจำเป็นต้องใช้ไฟล์ร่วมกัน ดังนั้นการที่จะมาคอยใช้คำสั่ง ในการเข้าเครื่องอื่นนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก จึงต้องมีการ Map Drive ไว้เพื่อใช้งาน การ Map Drive บนระบบเครือข่ายนั้นก็ยังเป็นเรื่องยุ่งยากของ user ผู้ใช้งาน ซึ่งบางท่านอาจจะ Map Drive บนระบบเครือข่ายไม่เป็น ดังนั้นผมจึงมีวิธีการที่จะ Map Drive บนระบบเครือข่าย ผ่านคำสั่ง Command Prompt ของ window อย่างง่ายๆครับ สิ่งที่ต้องทราบก่อนทำการ Map Drive บนเครือข่าย 1. Drive ที่ต้องการจะ Map ควรตรวจดูใน My Computer ว่ามี Drive อะไรบ้าง และ Drive ที่แสดงใน My Computer นั้น อยู่ในสถานะไม่ว่าง จะไม่สามารถนำมา Map Drive ได้ จะได้เฉพาะที่ไม่มีโชว์เท่านั้น   ( Drive ที่มีใน My Computer จะไม่สามารถ นำมาเป็น Drive ที่เราต้องการจะ Map ได้ เช่น ในเครื่องคอมของเรามี Drive C และ Drive D ดังนั้น Drive ที่ว่างก็จะมีตั้งแต่ Drive E ไปจนถึง Drive Z เลยครับ ...