ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ Adobe Premiere Pro

Layer คืออะไร มารู้จักกัน เรียนรู้ Layer ในงาน Graphic ตอน Layer ในโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ Adobe Premiere Pro

Layer ในโปรแกรม Adobe Premiere pro  จากบทความที่แล้ว Layer คืออะไร มารู้จักกัน เรียนรู้ Layer ในงาน Graphic ตอน Layer ในโปรแกรม Adobe Photoshop  และ Layer ในโปรแกรมตกแต่งภาพอีกค่ายคือ Affinity Photo ที่ผ่านมา เพื่อนๆอาจจะพอเข้าใจในเรื่องของ Layer ในงาน Graphic ได้ มันไม่มีขั้นตอนอะไรที่ซับซ้อน เพียงแค่การทำงานของ Layer จะเป็นลำดับชั้น เหมือนแผ่นใสเรียงกัน ทำให้มองไปเห็นด้านล่างสุดได้ เมื่อกล่าวถึง Layer ในโปรแกรมตกแต่งภาพแล้ว คราวนี้มากล่าวใน Layer ในโปรแกรมตัดต่อวีดีโอกันบ้าง  การทำงานของ Layer ในโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ไม่มีความแตกต่างจาก Layer ในโปรแกรมตกแต่งภาพสักเท่าใดนัก จะแตกต่างคือ โปรแกรมตกแต่งภาพเช่น Adobe Photoshop หรือ Affinity Photo นั้นใช้ตัดและต่อภาพถ่าย หรือการสร้างสรรค์ภาพถ่าย โดยที่ Layer เป็นชั้นที่มีความตายตัว ไม่มีความเคลื่อนไหว แต่ในโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ Layer จะถูกสร้างมาใน Timeline และโปรแกรมตัดต่อวีดีโอทุกค่ายจะต้องมี Timeline ทุกค่าย เพราะ Timeline เป็นหัวใจหลักในโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ มีไว้เพื่อแสดงความยาวของคลิป ซึ่งเป็นเวลา หรือเป็นเฟรม แล้วแต่...

17. การนำไฟล์วีดีโอที่ผ่านการ Encode ลงในแผ่น วีซีดี

ในการนำไฟล์วีดีโอบันทึกลงในแผ่นวีซีดีนั้นจำเป็นต้องมีโปรแกรมที่ใช้ในการเขียนแผ่น เช่น โปรแกรม NERO 7.10 1. ขั้นตอนแรกเปิดโปรแกรม Nero Start Smart ขึ้นมาดังรูป 2. จะปรากฏหน้าจอ NERO Start Smart ขึ้น 3. คลิ๊กที่วงกลมแล้วเลือกที่ CD 4. จะปรากฏหน้าจอขึ้นแล้วเลือกเพิ่มวีดีโอไฟล์ 5. จะปรากฏหน้าจอให้เพิ่มวีดีโอไฟล์ ให้เราไปยังที่โฟลเดอร์ที่เราทำการเก็บไฟล์วีดีโอไว้ แล้วคลิ๊กที่ปุ่มเปิด 6. ไฟล์จะถูก Import เข้ามาในงานของเรา จากนั้นให้เราคลิ๊กที่ปุ่ม “ถัดไป” 7. จะปรากฏหน้าจอขึ้น ให้เราเลือกที่ ห้ามสร้างเมนู เสร็จแล้วคลิ๊กที่ปุ่ม ถัดไป 8. เมื่อมาถึงหน้าจอนี้ จะเป็นการทดสอบวีดีโอของเรา ให้เราคลิ๊กที่ปุ่ม “ต่อไป” ได้เลย 9. ในหน้าจอนี้ให้เราเลือกที่เครื่องไรค์ของเรา 10. เสร็จแล้วให้เลือกตั้งค่าการบันทึก โดยที่เราควรกำหนดความเร็วในการเขียนแผ่นซีดี (แนะนำให้ใช้ 8x – 16x) 11. จากนั้นคลิ๊กที่ปุ่ม “เบิร์น” แล้วโปรแกรมจะทำการเข้ารหัส และทำการเขียนลงแผ่นจนเสร็จสิ้น จบแล้วครับ หน้าถัดไป : 01 การตัดต่อภาพยนต์และทฤษฏีวีดีโอ ก่อนหน้า : 16. การ Export เพื...

16. การ Export เพื่อเผยแพร่ไฟล์วีดีโอ

รู้จักกับการ Export เมื่อเราทำการตัดต่อทั้งหมดในโปรเจ็คเรียบร้อยแล้วนั้น เราจะยังไม่ได้ไฟล์วีดีโอที่สมบูรณ์แบบ คือ ยังไม่สามารถนำออกไปเผยแพร่หรือใช้แสดงด้วยโปรแกรมเล่นภาพยนต์ต่างๆ ได้ ดังนั้นเราจึงต้องทำการ Export งานของเราเสียก่อน เพื่อให้โปรแกรม Premiere Pro แปลงไฟล์โปรเจ็คงานเป็นไฟล์วีดีโอที่สามารถนำไปเผยแพร่ได้จริง ในโปรแกรม Premiere Pro เราสามารถ Export งานได้หลายรูปแบบและหลายวิธีดังนี้ - Movie Export โปรเจ็กต์เป็นไฟล์วีดีโอ - Audio Export โปรเจ็กต์เป็นไฟล์เสียง - Frame Export โปรเจ็กต์เป็นไฟล์ภาพ โดยแต่ละรูปแบบนั้นจะมีลักษณะของไฟล์ที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป สาเหตุที่ต้องมีการ Export เป็นไฟล์หลายรูปแบบวีดีโอนั้น ก็เนื่องจากจุดประสงค์ของการทำงานของแต่ล่ะคนแตกต่างกันออกไป บางคนอาจต้องการไฟล์งานเป็นไฟล์วีดีโอ บางคนต้องการเพียงภาพบางภาพจากวีดีโอ การ Export ไฟล์วีดีโอ โดยปกติแล้วโปรแกรม Premiere Pro จะตั้งค่าไฟล์มาตรฐานของการ Export วีดีโอไว้ให้เป็น Microsoft DV AVI ไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราจะสามารถทำการ Export ไฟล์วีดีโอได้เลย ตัวอย่างการ Export ไฟล์วีดีโอ - จากรู...

15. ตัวอย่างการใช้งานเลเยอร์

การใช้งาน เลเยอร์ต่างๆในโปรแกรม Premiere จะเป็นการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจากคลิปวีดีโอ โดยจะเป็นหลักการซ้อนภาพเป็นส่วนใหญ่ คุณสมบัติของเลเยอร์ - การทำงานของเลเยอร์ จะเป็นการทำงานแบบคลิปซ้อนคลิป - เลเยอร์ที่ตัวเลขน้อยกว่าจะอยู่ล่างเลเยอร์ที่ตัวเลขเยอะกว่าเสมอ การใช้งานเลเยอร์ต่างๆ จะทำเหมือนการตัดต่อวีดีโอดังในที่ได้กล่าวมาทั้งหมด แต่การใช้เลเยอร์ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นเหมือนการทำเอฟเฟ็กต์ในส่วนๆหนึ่ง เช่น การซ้อนไตเติลข้อความอักษรเข้าไปในคลิปวีดีโอ การแสดงวีดีโอหลายๆ จอ ตัวอย่างการใช้งานเลเยอร์มีดังนี้ จากรูปจะเห็นได้ว่าเราทำการแทรกข้อความเข้าไปในเลเยอร์ที่ 2 ตัวอย่างการแสดงคลิปวีดีโอหลายๆ จอ จากรูป จะเป็นการนำคลิปวีดีโอใส่หลายคลิป แล้วทำการย่อขนาดของคลิปวีดีโอ(Scale) จากนั้นก็นำคลิปวีดีโอไปวางยังมุมต่างๆ(Position) ของจอ หน้าถัดไป : 16. การ Export เพื่อเผยแพร่ไฟล์วีดีโอ ก่อนหน้า : 14. ตัดต่อทำงานกับเสียง

14. ตัดต่อทำงานกับเสียง

เสียงทำให้ภาพยนมีอรรถรสในการชมมากขึ้น และบ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้น เสียงจึงเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการตัดต่อภาพยนต์ รู้จักกับคลิปเสียง โปรแกรม Premiere Pro ได้จัดเครื่องมือสำหรับการทำงานกับคลิปเสียงไว้อย่างมาก เพื่อให้เราสามารถเพิ่มเติมและปรับแต่งคลิปเสียงได้ตามต้องการ คุณสมบัติของเสียงในระบบดิจิตอล เสียงโดยทั่วไปจะเกิดการสั่นสะเทือนจากวัตถุ แล้วส่งแรงสั่นสะเทือนนั้นออกมาตามตัวนำเสียง เช่น อากาศ มากระทบที่หูของเราทำให้ได้ยินเสียงเหล่านั้น โดยจะเรียกเสียงในรูปแบบนี้ว่า “เสียงในระบบอนาล็อก” แต่สำหรับเสียงในระบบดิจิตอลเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเสียงในระบบอนาล็อกให้กลายเป็นตัวเลขบันทึกข้อมูล ซึ่งคุณภาพองเสียงในระบบดิจิตอลนั้นจะถูกกำหนดโดย 2 ค่าดังนี้ 1. Sample Rate เป็นอัตราความละเอียดของเสียงในการแปลงจากเสียงในระบบอนาล็อกให้กลายมาเป็นสัญญาณเสียงในระบบดิจิตอลใน 1 วินาที โดยมีหน่วยเป็น KHz เสียงที่มีคุณภาพดีจะต้องมีค่า Sample Rate สูงและเป็นที่แน่นอนว่าขนาดของไฟล์จะต้องใหญ่ตามไปด้วย 2.Bit Depth เป็นจำนวนข้อมูลที่ใช้ในการแปลงหรือเข้ารหัสเสียง ยิ่งมีค่ามากเท่าไหร่ก็ย่อมมีควา...

13. เปลี่ยนฉากของคลิปด้วยทรานสิชัน

การใช้ทรานสิชั่น(Transition) ในการเปลี่ยนฉาก เป็นเทคนิคพิเศษที่เราเห็นกันบ่อยๆ ทางโทรทัศน์และภาพยนต์ เพื่อให้การเปลี่ยนฉากมีความต่อเนื่องไม่ขาดตอน ยิ่งกว่านั้นในกรณีที่ต้องเปลี่ยนฉากเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งทรานสิชัน ก็อาจช่วยให้คนดูปรับอารมณ์ให้เข้ากับภาพยนต์ได้ การเปลี่ยนฉากด้วยทรานสิชัน 1. ทรานสิชัน (Transition) เป็นการเปลี่ยนฉากจากคลิปวีดีโอหนึ่งไปยังคลิปวีดีโอหนึ่ง เพื่อนำเสนอเรื่องราวของภาพยนต์ในลำดับถัดไป 2. ทรานสิชัน เป็นการเปลี่ยนฉากคลิปวีดีโอโดยการรักษาอารมณ์ที่ต่อเนื่อง 3. ลักษณะของทรานสิชันที่พบเห็นได้บ่อยใกนภาพยนต์นั้นก็คือ “การตัดภาพ” (การจบด้วยฉากสุดท้ายของคลิปแล้วเปลี่ยนเป็นฉากแรกของคลิปวีดีโอโดยทันที) แสดงให้เห็นดังตัวอย่างต่อไปนี้ จากรูปจะเห็นได้ว่าเราทำการเปลี่ยนฉากแบบ Cross Dissolve ซึ่งเป็นลักษณะการเปลี่ยนฉากคลิปที่คลิกแรกค่อยๆ จางไปแล้วคลิปใหม่ค่อยๆปรากฏขึ้นมา การใช้งานทรานสิชั่นจะทำได้โดยการลาก ทรานสิชั่นที่เราต้องการมาใส่บนรอยต่อระหว่างคลิป (ดังในรูป) จะสังเกตได้ว่า เมื่อเราลาก Transition มาไว้ที่จุดของรอยต่อคลิปแล้ว คลิปจะเปลี่ยนเป็นสีทึบ ดังรูป คำ...

12. การสร้างไตเติล

ไตเติ้ล (Title) เป็นตัวอักษรที่ใช้ประกอบในภาพยนต์ เพื่อสื่อถึงรายละเอียดของภาพยนต์นั้นๆ เช่น ชื่อเรื่อง ผู้สร้าง นักแสดง เป็นต้น ไตเติลเป็นเหมือนคลิปวีดีโอคลิปหนึ่ง ซึ่งเมื่อการสร้างไตเติลขึ้นมาแล้วการใช้งานจะคล้ายกันกับการใช้งานคลิปวีดีโอ สร้างไตเติลตัวอักษรและภาพกราฟิก เราสามารถสร้างไตเติลได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ข้อความยาว หรือแม้กระทั่งภาพกราฟิกทรงเรขาคณิตต่างๆ และภาพกราฟฟิกใดๆ ที่เรากำหนดเอง โดยที่เราสามารถนำรูปแบบการสร้างเหล้านี้ไปใช้ร่วมกับคลิปนั้น การสร้างไตเติลในรูปแบบตัวอักษร การสร้างตัวอักษรเป็นเรื่องพื้นฐานของไตเติลที่เราต้องศึกษาให้เป็นก่อน โดยเราสามารถสร้างตัวอักษรในรูปแบบต่างๆ ได้ดังนี้ เข้าสู่การสร้าง ไตเติล ไตเติลในโปรแกรม Premiere Pro นั้นเป็นคลิปหนึ่งๆ ที่นำเข้ามาใช้งานร่วมกับการตัดต่อ สามารถทำได้ดังนี้ ในพาเนล Project ให้เราคลิ๊กที่ปุ่ม ทำการตั้งชื่อ ไตเติล ที่เราต้องการ จะปรากฏหน้าต่างสำหรับสร้างไตเติลขึ้นมา แนะนำพื้นที่ในการทำงานของ ไตเติล กลุ่มเครื่องมือในการเลือกรรูปแบบข้อความ โดยเราสามารถเลือกรูปแบบของข้อความที่เราจะใส่เข...

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ PC เมนบอร์ดเป็นแผงวงจรหลักที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ ดังนั้น จึงควรรู้จักตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างบนเมนบอร์ดเสียก่อน จึงจะสามารถประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อุปกรณ์หลักที่สำคัญก็มีช็อกเกตสำหรับติดตั้งซีพียู, ช็อกเกตแรม และซิปเซตที่ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมด หัวต่อและสล็อตสำหรับติดตั้งอุปกรณ์และการ์ดต่างๆ รวมไปถึงหัวต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่ต่อออกทางด้านหลังเครื่อง อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเมนบอร์ดได้แก่  1. ช็อกเกตซีพียู (CPU Socket) ช็อกเกตซีพียู เป็นตำแหน่งติดตั้งซีพียู โดยรูปแบบของช็อกเกตจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของซีพียู การซื้อเมนบอร์ดจะต้องตรวจสอบว่าต้องการใช้กับซีพียูยี่ห้อใดและรุ่นไหน หากซื้อซีพียูที่มีช็อกเกตไม่ตรงกับเมนบอร์ดจะไม่สามารถใช้งานได้ ปัจจุบันจะมีช็อกเกตที่ใช้งานบนเมนบอร์ดคือ Intel LGA 775,  Intel LGA 1150, Intel LGA 1151, Intel LGA1155 และ Intel LGA 2066 ใช้สำหรับซีพียู Intel ทั้งหมด แต่ต้องดูด้วยว่า ซีพียู อินเทลใดใช้ช็อกเกตเท่าไหร่ ส่วน AMD AM4, AMD sTRX4 และ AMD TR4 จะใช้สำหรับ CPU AMD เท่านั้นซึ่งก็เหมือนกับ...

รวม Code Debug Card Mainboard

รวม Code Debug Card Mainboard สำหรับช่างซ่อมคอมมือใหม่ที่มีเครื่องมือ Debug Card เป็นตัวช่วยแล้ว บางครั้งอาจจะไม่รู้ว่าค่า Error Code นั้นคืออะไร ผมได้สืบหาข้อมูลและเขียนเพื่อเตือนความจำของตนเองไว้ เพราะไม่ค่อยได้ใช้ตัว Debug Card นี้เช่นกัน นานๆครั้งมาใช้นั้น ค่อนข้างที่จะค้นหาข้อมูลอย่างลำบากเช่นกัน ผมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาจากเว็บที่หาข้อมูลได้ ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลด้วยครับ CODE : ความหมาย 00 : ไม่มีสัญญาณให้เช็ค CPU หรือลองหา CPU ตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ 01 : CPU TEST รอบที่ 1 02 : CPU TEST รอบที่ 2 04 : TEST Memory รีเฟรช ของอุปกรณ์ ต่าง ๆ  05 : Key board controller อาจมีปัญหา 07 : BIOS battery อาจจะหมด 0B : TEST cmos checksum 0D : เช็ค VGA CARD Interface C0 : ทดสอบหน่วยความจำและ slot(ลองฉีด สเปรย์สารพัดพิษดูครับ) 0E : เช็คหน่วยความจำ VGA(ลองหาตัวใหม่มาเปลี่ยนดูครับ)  11 :อาจมีปัญหาที่ DMA controller 41 : ให้ตรวจสอบ FLOPPY Drive 42 : .ให้ตรวจสอบ HARD DISK 43 : ค้นหาและตรวจสอบ serial และ parallel port 45 : ให้เช็ค Mainboard ว่าเข้า...

map network drive ด้วย Command prompt

     บ่อยครั้งที่ต้องการใช้ทรัพยากร (เช่น โปรแกรม, ไฟล์เอกสารต่างๆ) จากเครื่องอื่นบนระบบเครือข่าย  หรืออาจจะเป็นเครื่อง Server องค์กร ที่ให้บริการ share file และมีความจำเป็นต้องใช้ไฟล์ร่วมกัน ดังนั้นการที่จะมาคอยใช้คำสั่ง ในการเข้าเครื่องอื่นนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก จึงต้องมีการ Map Drive ไว้เพื่อใช้งาน การ Map Drive บนระบบเครือข่ายนั้นก็ยังเป็นเรื่องยุ่งยากของ user ผู้ใช้งาน ซึ่งบางท่านอาจจะ Map Drive บนระบบเครือข่ายไม่เป็น ดังนั้นผมจึงมีวิธีการที่จะ Map Drive บนระบบเครือข่าย ผ่านคำสั่ง Command Prompt ของ window อย่างง่ายๆครับ สิ่งที่ต้องทราบก่อนทำการ Map Drive บนเครือข่าย 1. Drive ที่ต้องการจะ Map ควรตรวจดูใน My Computer ว่ามี Drive อะไรบ้าง และ Drive ที่แสดงใน My Computer นั้น อยู่ในสถานะไม่ว่าง จะไม่สามารถนำมา Map Drive ได้ จะได้เฉพาะที่ไม่มีโชว์เท่านั้น   ( Drive ที่มีใน My Computer จะไม่สามารถ นำมาเป็น Drive ที่เราต้องการจะ Map ได้ เช่น ในเครื่องคอมของเรามี Drive C และ Drive D ดังนั้น Drive ที่ว่างก็จะมีตั้งแต่ Drive E ไปจนถึง Drive Z เลยครับ ...