ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การอ่านสเปคบนแผงและการเลือกใช้งาน RAM

การอ่านสเปคบนแผงและการเลือกใช้งาน RAM

     หากต้องการเลือกซื้อแรมสักแผงมาใช้งาน ผู้ใช้ต้องเข้าใจและสามารถอ่านสเปคที่ติดอยู่บนแผงแรมได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถเลือกซื้อแรมมาใช้งานตามความค้องการโดยเฉพาะการเลือกซื้อแรมมาใช้งานร่วมกับแรมแผงเก่า การเลือกสเปคแรมอย่างุูกต้องจะช่วยลดปัญหาการทำงานร่วมกันของแรมแผงเก่าและแผงใหม่ได้

     การระบุสเปคของแผงแรมจะแบ่งเป็น 2 แบบคือ ระบุชื่อเรียกตามมาตรฐานแรมเช่น PC2-6400 หรือระบุความเร็วของแรมโดยตรง เช่น DDR3-1600 เป็นต้น การระบุชื่อเรียกตามมาตรฐานแรมนั้น คำว่า PC = แรม DDR,  PC2  = DDR3 และ PC3 = DDR3 นอกจากนั้นผู้ใช้ต้องนำค่าตัวเลขมาหารด้วย 8 จึงออกมาเป็นความเร็วที่แท้จริง
     สำหรับแรมยี่ห้อ Kingston จะมีรูปแบบบอกความเร็วแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยใช้รหัสของ Kingston เอง แต่ผู้ใช้สามารถสังเกตได้จากตัวเลขบอกความเร็วของชิปแรม เช่น 1333, 1600 เป็นตั้น ตัวอักษรบยอกประเภทพของแรมจะใช้คำว่า D2 = DDR2 และ D3 = DDR3


     ความเร็วแรม      ชื่อมาตรฐาน
DDR3-800
PC3-6400
DDR3-1333      PC3-10600 หรือ PC3-10660      
DDR3-1866
PC3-14900
DDR4-2133PC4-17000
DDR3-1066PC3-8500
DDR3-1600PC3-12800
DDR3-2133PC3-17000
DDR4-2400PC4-19200


NOTE CL7, CL9 คืออะไร ?

     ค่า CL หรือ CAS Latency เป็นค่าหน่วงเวลาในการอ่าน/เขียนข้อมูลของแรม ค่า CL จึงส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการรับ/ส่งข้อมูลของแรม ค่า CL=9 หมายความว่า แรมจะต้องเสียเวลารอ 9 สัญญาณนาฬิกาหรือเทียบง่ายๆ คือ 9 Hz เพื่อที่จะรับ/ส่ง ในขณะที่ CL=7 จะใช้ระยะเวลารอเพียง 7 สัญญาณนาฬิกา
     บางครั้งผู้ใช้ไม่สามารถเลือกแรมที่มีค่า CL ต่ำๆได้ เพราะแรมที่มีค่า CL ต่ำกว่าปกติจะเป็นแรมที่คัดพิเศษ จึงมีราคาสูงกว่าและหาซื้อได้ยากกว่าเช่นกัน ดังนั้น ในการทำงานปกติแล้วผู้ใช้ไม่สามารถรู้สึกถึงความแตกต่างของค่า CL ได้ชัดเจน นอกเสียจากการวัดด้วยโปรแกรมทดสอบแรมเท่านั้น

     ความเร็วแรม      ค่า CL มาตรฐาน
DDR3-800
PC3-6400
DDR3-1333      PC3-10600 หรือ PC3-10660      
DDR3-1866
PC3-14900
DDR4-2133PC4-17000
DDR3-1066PC3-8500
DDR3-1600PC3-12800
DDR3-2133PC3-17000
DDR4-2400PC4-19200


เพิ่มแรมเท่าไหร่ จึงจะพอใช้งาน

ตามปกติไมโครซอฟต์จะกำหนดขนาดของแรมเบื้องต้นของระบบปฏิบัติการรุ่นต่างๆ เช่น ระบบปฏิบัติการ วินโดว์ 7 32 บิท กำหนดไว้ที่ 1GB หรือวินโดว์ 10 60 บิท กำหนดไว้ที่ 2 GB แต่ในความเป็นจริงการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีเฉพาะระบบปฏิบัติการ แต่ต้องมีซอฟต์แวร์อื่นร่วม รวมไปถึงเกมส์หลากหลายประเภทด้วย ทำให้แรมที่เหมาะสมตามระบบปฏิบัติการไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้น การใช้แรมในระบบปฏิบัติการวินโดว์ 10 60 บิท ควรใช้แรมอย่างน้อย 4 GB และควรทราบเกี่ยวกับสเปคเมนบอร์ดด้วย ว่ารองรับแรมแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ สูงสุดไม่เกินเท่าไหร่ เพราะหากใส่แรมเกินที่เมนบอร์ดรองรับได้ จะเป็นการเสียเงินซื้อแรมโดยเปล่าประโยชน์